ไม่มีสิ่งใดที่มนุษย์สรรค์สร้างแล้วจะเป็นอมตะ ผืนพิภพซึ่งเราอาศัยอยู่เคยเป็น"บ้าน"ของอารยะธรรมมากมาย หากทุกวันนี้ผู้คนนับไม่ถ้วนที่หลั่งเลือดและหยาดเหงื่อเพื่อวัฒนธรรมเหล่านั้นได้เงียบงันไปหมดแล้ว จะเหลือก็เพียงเสียงสะท้อนแว่วมาถึงปัจจุบันให้เราย้อนกลับไปมองด้วยรู้สึกตื่นตะลึง หวาดกลัว หรือโหยหาอยากยื่นมือผ่านหมอกแห่งเวลาไปสัมผัส

สำหรับทุกซากปรักหักพังที่เราเห็น จะมีอีกกี่อันที่สาบสูญไร้เสียงแว่ว เป็นเพียงอีกหน้าในสมุดภาพของมนุษยชาติซึ่งถูกพัดปลิวไปกับสายลมแห่งเวลา

 แต่แม้มีมส์ทางสังคมจะล้มหายแต่ยีนส์ของชีวิตนั้นคงอยุ่ตลอดกาล และร่างกายเราทุกคนล้วนมีสมบัติล้ำค่าชิ้นหนึ่งที่ช่วยเป็นสักขีพยานให้กับการเดินทางของมนุษยชาติอยู่ทุกก้าวย่าง...นั่นก็คือ Mitochondrial DNA จากอีฟ 

 อีฟในที่นี้ไม่ได้หมายถึง อีฟตามคัมภีร์ไบเบิลที่พระเจ้าสร้างให้มาเป็นคู่ของอดัม (ลัทธิคาบัลล่าของศาสนายิวบางสายก็บอกว่าอดัมมี Lilith เป็นภรรยาคนแรก แต่เนื่องจากคุณเธอขัดขืนต่ออดัม ไม่ต้องการ"อยู่ข้างล่าง"พระเจ้าจึงไล่ออกจากสวนอีเดน แล้วดึงกระดูกซี่โครงอาดัมมาสร้างเป็นอีฟที่ว่าง่ายเป็น Stepford wife ให้แทน)

เราไม่ได้จะพูดถึงอีฟคนนั้นนะครับ เพราะเธอไม่เคยมีอยู่จริงนอกจากในหนังสือนิทาน

อีฟในทางวิทยาศาสตร์หรือ Mitochondrial Eve ไม่ใช่มนุษย์ผู้หญิงคนแรกหรือคนเดียวบนโลกขณะนั้น ที่จริงเธอคงไม่ใช่มนุษย์ด้วยซ้ำไป สิ่งที่ Eve เป็นก็คือบรรพบุรุษทางแม่ของมนุษย์ทุกคนบนโลก ฉะนั้นใครชอบด่าแม่คนอื่นก็ขอให้ระวัง เพราะถ้าย้อนไปมากจะเข้าตัวที่ Eve นี่แหละครับ

 ฟังตรงนี้อาจจะสงสัย ถ้าเธอไม่ใช่ผู้หญิงคนเดียวในเวลานั้นแล้วจะเป็นแม่ทุกคนได้ยังไง?

ก่อนอื่นต้องเข้าใจ Mitochondrial DNA ซึ่งเป็นมรดกจาก Eve เสียก่อน

หน้าที่ของ Mitochondria นั้นกระผมขอตัดแปะชุ่ยๆจากชีวะ ม ปลาย ว่ามันทำงานเป็นโรงไฟฟ้าผลิตพลังงานภายในเซลล์ แต่คุณสมบัติสำคัญของมันอีกอันที่หนังสือเรียนไม่ค่อยบอกและเป็นกุญแจไขปริศนาเรื่องอีฟ ก็คือ Mitochondria จะถ่ายทอดให้ลูกหลานผ่านทางแม่เท่านั้น ตามอย่างในรูป

 

 

(SRC:http://evolution.berkeley.edu/evolibrary/news/071101_genealogy)


นั่นหมายความว่าในขณะที่เราได้รับ DNA อื่นๆทั่วไปจากบรรพบุรุษทุกคน พ่อแม่ ปู่ ย่า มายำใหญ่ Mitochondrial DNA ของมนุษย์นั้นแทบจะเป็นตัวก็อปปี้ของแม่ 100%เลยทีเดียวเชียว ซึ่งจากตรงนี้เมื่อไล่ย้อนต้นตอของ Mitochondrial DNA โดยจับมือโยงแม่ของแม่ของแม่ของเราทุกคนไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็จะจ๊ะเอ๋กับอีฟ ณ ประมาณ 140,000 ปีก่อน ท่ามกลางทุ่งหญ้าสีอำพันที่โบกพลิ้วอยู่ใต้ฟ้าสีครามแห่งแอฟริกาพอดิบพอดี

อีฟอาศัยอยู่ร่วมกับสัตว์กึ่งมนุษย์ตัวอื่นๆ  เดินดุ่มอาหารในเวลากลางวันและนอนหลับใต้หลังคาดวงดาวโดยมีไฟลุกเร่าช่วยไล่ สัตว์ร้ายและเป็นสัญญาณรอคอยการมาของรุ่งอรุณ

คงมีบางอย่างที่น่า สนใจเกี่ยวกับอีฟ เธออาจจะสวยกว่าเพื่อนร่วมพันธุ์ (ไม่ว่ามาตรฐานยุคนั้นคืออะไร คล้ายพอลล่าไหม) แข็งแรงแบกผลไม้ได้มากอย่างนักยกน้ำหนักโอลิมปิก หรืออาจช่วยชีวิตผู้ชายจากเหล่าร้ายนับครั้งไม่ถ้วน ใครๆก็อยากได้อีฟและเธอก็คงไม่มีเหตุผลอะไรให้ปฏิเสธ เพราะ"สิ่งสำคัญสำหรับชีวิต"ก่อนที่สมองเราจะวิวัฒนาการความหมายมากมายให้ กับมัน...ก็คือการดำรงพันธุ์

แม้สมาชิกคนอื่นๆของเผ่าจะส่งทอด Mitrocondrial DNA ไปให้กับลูกสาวเช่นเดียวกัน สุดท้ายรหัสพันธุกรรมเหล่านั้นก็ต้องเลือนหายไปจากเผ่าพันธุ์เมื่อเหล่าลูก ชาย(หรือหลานชาย เหลนชาย) ของพวกเธอประสานรหัสพันธุกรรมกับเหล่าบุตรีของอีฟซึ่งคงมีจำนวนและเสน่ห์น่า จับคู่มากกว่าสตรีสายอื่นๆ และรับ Mitrocondrial DNA อันเป็นอมตะให้กระจายไปทั่วองค์อณูของมนุษยชาติ

Mitochondrial DNA เป็นเหมือนสมุดบันทึกที่อีฟทิ้งไว้ให้เรา อัตราการกลายพันธุ์ของมันช่วยให้นักวิทยาศาสตร์คำนวณว่าลูกหลานของเธอเริ่ม ออกเดินทางจากแอฟริกาไปสู่โลกกว้าง ที่อีฟได้แต่เห็นอยู่ไกลลิบเลยภูเขาลูกต่อไปเมื่อไหร่และด้วยความเร็วอย่าง ไร สะดุดล้มและลุกขึ้นยืนตรงไหน

ต่างจากหน้าประวัติศาสตร์ สมุดบันทึกของอีฟไม่เคยละเว้นหน้าที่และไม่ยอมให้พลังใดหยุดมันจนกว่ามนุษย์จะถึงวันสิ้นสุด  

(ถ้าไทยเราเอาผลการศึกษานี้มาหาต้นกำเนิดชาวสยามจริงๆก็คงดี แต่สงสัยจะไม่มีทุนอีกแล้ว = =')

สัจธรรมที่อีฟบอกเราผ่านขดเกลียว DNA  ก็คือมนุษย์ทุกคนบนโลกมีมารดาร่วมกัน เราต่างเป็นหนึ่งเดียวกัน และพลังงานที่ขับทุกเซลล์ในร่างกายให้เดินไปสุ่จุดหมายและความฝันก็เป็นของขวัญอันอมตะซึ่งเธอได้มอบให้กับมนุษยชาติเมื่อกว่าแสนปีมาแล้ว

Comment

Comment:

Tweet

รหัสลับ "ดีเอ็นเอ"

#25 By nazimai (112.142.242.187) on 2010-06-04 14:35

งง คับ

คือเรามีหลาย อีฟหรอ

แล้วแต่ละอีฟมาจากไหนอ่ะ

เพราะถ้ามีอีฟเดียว สิ่งมีชีวิตทั้งหมดก้อต้องมี อีฟ เดียวกันป่ะ

หรือ อีฟมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้

#24 By Arju (112.143.5.210) on 2009-06-15 23:16

อันที่จริงสืบเชื้อสายตระกูลน่าจะยึดผู้หญิงเป็นผู้สืบสกุล เพราะลูกที่เกิดจากหญิงคนใดย่อมเป็นลูกของหญิงคนนั้นอย่างจริงแท้ แต่กับผู้ชายนั้นไม่แน่ใจ(ถ้าไม่ตรวจDNA)

#23 By Ludwig van on 2008-11-03 15:20

สุดยอดครับ

#22 By mk182 on 2008-10-08 21:04

ตื่นเต้นจัง อยากรู้เหมือนกันครับ ว่าเรามาจากไหน ตรงกับที่นักประวัติศาสตร์ของเราระบุไว้หรือไม่ Hot!

#21 By เจ้าชายน้อย on 2008-10-04 10:39

นึกถึงเกม Parasite Eve สมัยเมื่อครั้งกระโน้นเลยนะครับเนี่ย เอาเรื่องนี้มาอ้างอิงเป็นนิยาย เป็นเกม ชอบมากเลยครับHot!

#20 By Thep-aksorn : The Aria Auditor on 2008-09-09 20:08

ชอบบล๊อคนี้Hot! Hot!

#19 By boyboxes on 2008-09-07 11:01

สุดยอดมาดเลยครับ
ข้อมูลเจ๋งมากมาย

#18 By yium on 2008-09-04 19:17

เนื้อหาดีค่ะ
ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจเพราะเรายังเด็กอ่ะนะค่ะ
Hot!

#17 By หลัก-กิ-โล on 2008-08-24 12:01

ข้อถกเถียงเรื่อง MT เป็นแบคทีเรียที่เข้ามาอาศัย Host เซลล์สัตว์นี่ยังคงถกเถียงกันอยู่ครับ แต่ข้าพเจ้าเองก็ยังเชื่อในทฤษฎีเก่ามากกว่า...

ชอบแนววิทยาศาสตร์แบบนี้ครับ รู้สึกถึงความสำคัญและความยิ่งใหญ่ของมันขึ้นมาในทันทีHot!

#16 By on 2008-08-20 23:53

อืม ..
แอบนึกถึง พาราไดซ์ อีฟ ครับ ^-^
วันนึงของ Mitochondria ที่อยู่ร่วมในร่างกายเรา
เกิดสามารถ ลุกขึ้นมาควบคุมร่างกายเราได้
(เนื่องจากเวลาที่ผ่านมา มนุษย์ยังมีพัฒนาการได้
ผู้แต่ง จึงให้เรื่องราวที่ Mitochondria เองก็มีพัฒนาการ
มาโดยตลอดเช่นกัน )
อ่านแล้วก็ยังงง แต่ก็น่าสนใจดีคะ

#14 By tapum on 2008-08-20 11:16

ยอดเลยค่ะ เป็นเอนทรี่ที่เจ๋งมากๆ แจกดาวไปเลยHot!

#13 By # Hyokito # on 2008-08-20 10:29

น่าสนใจค่ะ ขอแอดบล๊อกโลดดดconfused smile Hot!

#12 By (^_^)/nana on 2008-08-19 21:44

Hot! Hot!

สุดยอด มนุษย์ทุกคนมีโคตรเหง้าบรรพบุรุษคนเดียวกันสินะ
ว้าวววว

เนื้อหาสาระดีมากๆ เข้าใจง่ายด้วย ไม่งงสับสน

เจ๋งมากกกbig smile

#10 By ๏Chill Out๚ะ๛ on 2008-08-19 20:50

Hot!

#9 By Waterlily on 2008-08-19 20:17

Hot! Hot!โอ้วว ชอบอ่าเรื่องแบบนี้มากๆอะค่ะ
ชอบวิชาวิทย์มากๆค่ะ เสียดายที่เรียนเลขไม่ได้จังง
ขอบคุณมากๆค่ะสำหรับบทความดีๆแบบนี้
**Lilith เทวทูตลำดับที่2ต่อจากอดัม 555ไปevaซะได้

#8 By Ame... on 2008-08-19 19:29

Hot!

#7 By oatato on 2008-08-19 18:59

คุณอุ้ย เรื่องย้อนสายคนกับลิงนั่นมันแน่อยู่แล้วครับว่าเรามีบรรพบุรุษร่วมกันอย่างที่พี่ Eddalion ท่านบอกนั่นแล แต่การคำนวณเวลาว่ามีชีวิตอยุ่ตอนไหน คงทำได้ยากสักหน่อย เพราะปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์เขาสงสัยกันว่าคนกับชิมแพนซีอาจเคยผสมข้ามพันธุ์กันหลายครั้ง

ที่สำคัญการหาอีฟของคนกับลิง มันฟังไม่ค่อยน่าตื่นเต้นเท่าไหร่ เพราะตำนานทำให้เราติดกับ Concept ว่า ขึ้นชื่อ Eve ก็ต้องมารดาของมนุษยชาติน่ะครับ

ท่าน house พูดถูกครับ หากวันไหนมีเชื้อแวมไพร์ระบาด ล้างคนหมดไปสักเชื้อสาย ตำแหน่งอีฟก็จะเปลี่ยนเป็นผู้ให้ Mitochondrial Eve กับมนุษย์สายที่ยังเหลือแทน

ส่วนเรื่องถึง 4,000 ไหมนี่ไม่ค่อยแน่ใจแฮะ

ปล. ขอบพระคุณท่านมาสเตอร์แชมป์มากครับที่พิจารณา แล้วจะเอาเรื่องราวอื่นๆมาฝากอีก _/\_

#6 By Repentant on 2008-08-19 18:49

Hot! ตามอ่านเรื่องนี้มาพักหนึ่งแล้วค่ะ เห็นบอกต่อจากอีฟยังแบ่งสายพันธุ์กรรมออกหลักๆ ได้อีก 6 สายด้วยผู้หญิง 6 คนที่เป็นต้นทางเลยถูกเรียกว่าลูกสาวของอีฟ (จริงไม่จริงยังไม่ได้ไปค้นต่อเลย cry )

#5 By Lily Pixel on 2008-08-19 18:41

เติืมอีกหน่อย คือ อีฟไม่ได้มีคนเดียว แล้วก็เกี่ยวพันกับช่วงเวลา

เคยถกกับคุณซิลเวอร์สไปเดอร์ในหว้ากอ เขาประมาณว่ามีราวๆ 4000 คน

#4 By house on 2008-08-19 17:36

โอ้ว มาสเตอร์แชมป์มาเอง

ไมโตคอนเดรียล DNA เข้ามาอยู่ในเซลล์สัตว์นานมากแล้วนิครับ แสดงว่าเราพิสูจน์ไม่ได้หรอกว่าย้อนสายไปเหมือนกัน

อยากรู้จริงว่าmitochondrial DNA ของคนเหมือนลิงมั้ย
เจ๋งดีครับ ไม่ค่อยเจอบล็อกเนื้อหาแนวนี้ Hot!
Mitochondria เดิมเป็นแบคทีเรียที่เข้ามาอยู่กับ Cell สัตว์ เพื่อสร้างพลังงานให้เซลล์ ตั้งแต่ก่อนกำเนิดไดโนเสาร์เสียอีก ดังนั้นเราจึงมีมารดาร่วมกับไดโนเสาร์

ปล. Lilith กับ EVA รึ สงสัยต้องค้น Neongenesis Evangelion มาดูใหม่เสียแล้วdouble wink

#1 By Eddalion on 2008-08-19 13:01