เราจะสังเกตได้ว่ากลุ่มเคร่งศาสนามักยกเหตุผลที่ฟังดูเป็นวิทยาศาสตร์ขึ้นมาอ้างเสมอเวลาพูดต่อต้านวิวัฒนาการ แต่แท้จริงแล้วเมื่อเรากะเทาะเปลือกวิชาการเก๊ๆออกให้หมดจด ก็จะเห็นว่าคนเหล่านี้รังเกียจทฤษฏีของ ชาร์ลส ดาร์วินเข้าไส้เพราะความหมายอันอุลามกของมันที่บอกว่า
 
"มนุษย์มาจากสัตว์เดรัจฉาน ไม่ได้ถูกพระเจ้าสร้างมาพิเศษ"
 
ผมเข้าใจนะ มันก็คงดีเหมือนกันถ้าจะใช้ชีวิตโดยรู้ว่าที่ไหนสักแห่งมีคนกำลังเฝ้ามองและวางแผนชีวิตทุกอย่างให้อยู่ตลอดเวลาทุกเสี้ยววินาที เราพิเศษขนาดไหนถึงมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาสนใจดูแลทุกย่างก้าว ให้ทางเลือกอิสระแบบไม่ต้องเลือกเพราะไม่มีทางไหน"ดีกว่า"เข้าทำนอง
 
He sees you when you're sleeping,
he knows when you're awake.
He knows when you've been bad or good,
so be good for goodness sake!

So...You better watch out, You better not cry
You better not pout, I'm Telling you why.
Santa Claus is coming to town.

 
อืม...แต่ฟังแล้วชักเหมือนรัฐตำรวจ 1984 ยังไงชอบกลแฮะ = ='
 
ฉะนั้นการต้องมาเห็นเจ้าจ๋อโชว์นู้ดเต็มก้นเป็นชินจัง หาเห็บเหาให้กันทานเป็นบุฟเฟต์ เพลาไหนอารมณ์ครึ้มก็ขึ้นปั่มป๊าม จากนั้นคิดว่าเรากับมันข้องเกี่ยวด้วยวิวัฒนาการกันจึงเป็นเรื่องมากเกินกลืน นำไปสู่คำว่า "ฉันไม่ได้มาจากลิง!" ที่หลุดจากปากเวลามีหัวข้อถกเถียงนั่นเอง
 
ซึ่งอันนี้ผมก็ต้องขอบอกทุกท่านว่าพวกเขาพูดถูกครับ มนุษย์ไม่ได้มาจากลิงแสม ชิมแพนซี กอริลล่าจริงๆนั่นแหละ
 
เราแค่มีบรรพบุรุษร่วมกันต่างหาก :p เพื่อให้เกิดความกระจ่างผมจะทำบทความไตรภาคเกี่ยวกับหลักฐานว่ามนุษย์และลิงมีรากจากจุดเดียวกันให้ท่านได้อ่าน เกิดมีใครใช้คำแย้งอมตะว่า "ฉันไม่ได้มาจากลิง!" ขึ้นมาจะได้ชี้แจงได้ถูกต้อง
 
เริ่มจากหลักฐานชิ้นแรกกันก่อนนั่นคือ DNA
 
เรื่อง DNA ของมนุษย์กับชิมแพนซีเหมือนกันกว่า 98% นั้นเป็นอะไรที่รู้กันมานานแล้วแต่ก็ยังมีคนคัดค้านโดยอ้างว่า DNA ของชิมแพนซียังไม่ถูกถอดรหัส นั่นไม่เป็นความจริงนะครับเพราะ Chimpanzee genome project ได้เสร็จสิ้นไปแล้วตั้งแต่ปี 2005 แล้ว ผลคือไม่ว่าจะมองยังไงเราก็เหมือนกัน 98% จริงๆ
 
ข้ออ้างแรกเป็นอันตกไป แต่ก็มีคนบอกได้อีกว่าผู้สร้างเจ้าเดียวกัน ทำไมจะคล้ายกันไม่ได้ เหมือนค่ายเทปเมืองไทยเอาเพลงเก่ามาใส่เนื้อใหม่ให้นักร้องอีกวงลิปซิงค์ยังไงยังงั้น
 
คำตอบคือหลักฐานทาง DNA ชี้ชัดว่าความคล้ายนั้นเกิดจากการสืบทอดทางพันธุกรรมโดยตรง และพยานในคดีนี้ก็คือโครโมโซมของมนุษย์นั่นเอง
 
โครโมโซมคืออะไร...ลองดูตามรูปนี้ก่อน เจ้าโครโมโซมอยู่มุมบนขวานะครับ
 


โครโมโซมประกอบด้วยสามส่วนคือหัวและท้ายที่เรียกว่า Telomereและจุดเชื่อมตรงกลางชื่อ Centromere  ส่วนโครงสร้างภายในเป็นอะไรนั้นเราลองสมมติให้โครโมโซมเป็นก้อนไหมพรมยุ่งๆสักชิ้นก่อนจากนั้นใช้นิ้วดึงปลายด้ายสักเส้นหนึ่งออกมา ท่านก็จะเห็น DNA รหัสแห่งชีวิตคลี่ผ่านสายตาเปิดเผยบันทึกแห่งชีวิตบนดาวเคราะห์ดวงนี้ให้ประจักษ์
 
พืชและสัตว์ทุกชนิดมีจำนวน,ขนาดโครโมโซมแตกต่างกันไปตามเส้นทางที่ตนเดิน สำหรับมนุษย์คือ 23 คู่ ส่วนชิมแพนซีกับลิงอื่นๆมีตั้ง 24 แน่ะ
 
เทียบแล้วแทบเหมือนกันเป๊ะ แต่ดูเหมือนขาดอะไรไปอย่าง
 
อ้าว...แล้วหายไปไหนหนึ่งคู่? DNA อาจคล้ายกันจริง แต่โครโมโซมตั้งคู่อยู่ๆจะถูกอุ้มฆ่าหรือหนีไปเบอร์มิวดานั้นเป็นไปไม่ได้แน่นอน อย่างนี้จะพูดได้ยังไงว่าคนกับลิงมีบรรพบุรุษร่วมกัน?...คำตอบของปริศนาอยู่ที่โครโมโซมคู่ 2 ขอรับ
 
 เพราะเมื่อนักวิทยาศาสตร์อ่านรหัส  DNA ของมนุษย์กับลิงเทียบกันก็พบว่า โครโมโซมคู่ 2 ของคนเหมือนจะมีต้นกำเนิดจากโครโมโซม 2A และ 2B ของชิมแพนซีที่แปะติดกันด้วยปรากฏการณ์ธรรมชาติเรียกว่า Chromosome Fusion ไม่ผิดเพี้ยน ซึ่งถ้าเป็นจริงก็แสดงว่าโครโมโซมมนุษย์ยังมีเท่ากับลืง แค่เขาเหงาเลยมาอยู่รวมกันอย่างคนสุพรรณเท่านั้น
 
แล้วพิสูจน์ยังไงดี? จำที่พูดกันเมือ่กี้ได้ไหมครับว่าโครโมโซมต้องมีส่วนหัวท้าย(Telomere)กับส่วนกลาง(Centromere) ถ้าอยากรู้ว่ามีการแปะกันจริงไหมก็แค่หาว่าโครโมโซม 2 ของมนุษย์มี Telomere ชิมแพนซีไปหลงอยู่ตรงกลาง(จุดเชื่อม) แทนที่จะอยู่ปลายเหมือนอย่างปกติไหม?
 
ซึ่งก็ปรากฏว่าจริงเสียด้วย
 
 
 
 ไม่ใช่แค่นั้น นักวิทยาศาสตร์ยังพบ Centromere  ชิมแพนซีสองอันลอยเท้งเต้งอยู่ตรงจุด 1/4 กับ 3/4 ของโครโมโซมคู่ 2 ของมนุษย์อีกต่างหาก
 
นี่แหละกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ตั้งสมมติฐาน พิสูจน์ สรุปผล แม้จะในหน่วยเล็กที่สุดก็ตาม
 
เป็นอันพิสูจน์ได้ว่าคนกับลิงมีบรรพบุรุษร่วมกันจริงๆ และการรวมตัวของโครโมโซมเกิดขึ้นหลังเราแยกสายพันธุ์กันพักหนึ่งแล้ว ลองคิดด้วยเหตุผลว่าผู้สร้างที่ไหนจะเอา Centromere, Telomere ของโครโมโซมชิมแพนซีมาเชื่อมให้ดูเหมือนว่ามนุษย์กับลิงมีบรรพบุรุษร่วม ถึงอ้างว่าใช้วัสดุเดียวกัน แล้วจะวางตัวชี้จุดหัว,ท้าย,กลางอยู่ผิดที่แบบนั้นเพื่อการใด ยกเว้นว่าอยากจะหลอกให้งงเล่นหรือไม่ก็ We are made in Chimp's image
 
DNA...อักษร G,T,C,Aที่เรียบง่ายและอมตะเปิดเผยสัจธรรมได้ชัดแจ้งกว่าข้อความในคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ใหนๆ เพราะนอกจากมันจะบอกถึงสิ่งที่เราเป็นแล้ว อดีตซึ่งจารึกอยู่บนรหัสพันธุกรรมยังย้ำเตือนไม่ให้มนุษย์เหิมเกริมจนลืมรากเดรัจฉานภายในตัวอีกด้วย
 
หลักฐานจากรหัสพันธุกรรมยังไม่หมด ตอนต่อไปผมจะพาพวกท่านไปพบกับ ERV หรือฟอสซิลไวรัส กับ Pseudogene บ้างขอรับ 
 

Comment

Comment:

Tweet

พวกคาทอลิก ไปลงนรกไป !!!!!

ไอ้พวกพระเจ้าหน้าโง่ !!!!

#10 By PD_X on 2009-05-01 22:02

ขอข้อมูลไปทำงานนะคะ ขอบคุนค่ะ

#9 By pccpl (203.113.115.13) on 2009-02-14 22:57

ส่งไปให้จวบดูดิ

แล้วบอกว่า กูนี่หละ ที่เคยตกชีวะ

#8 By Boat (125.24.75.104) on 2009-01-27 02:41

เคยดูสาครคดีเรื่องนี้มาเหมือนกัน แต่ก็มีคนมาคัดค้าน เลยไม่แน่ใจเท่าไหร่ รายละเอียดดีมากเลยครับ

#7 By bellbell on 2008-10-15 03:18

โอ้ คนกับลิงเหมือนกันขนาดนี้เชียว confused smile Hot!

#6 By SkyKiD on 2008-08-24 19:35

1. ผมก็โดนเรียกครับ:p
2. อดใจรอสักครู่คร่าบ
3. จริง!
4. นัน่สิครับคุณหมอ ของคุนนี่เขาก็หาตำแหน่งเชื่อมได้เป๊ะๆเลยเหมือนกัน น่าทึ่งจริงๆ

#5 By Repentant on 2008-08-24 19:29

มันเจ๋งตรงที่ เราสามารถไล่ DNA หาความเหมือนไปได้เรื่อยๆ แม้แต่แมลงวีที่มีโครโมโซมแค่ 8 คู่ ยังมีบางจุดที่ลำดับเบสเหมือนกับมนุษย์เลยครับconfused smile

#4 By on 2008-08-24 14:18

บางคนเหมือนลิงจะตาย ทำไมจะไม่ได้มาจากลิงล่ะ embarrassed

#3 By ตุ้ย since 2006 on 2008-08-24 13:52

มนุษย์กับลิงมีบรรพบุรุษเดียวกันสินะ

ว่าแต่ฟอสซิลไวรัสมันจะเป็นยังไงหว่า นึกภาพไม่ออกsad smile
sad smile ไม่มีปัญหาอะค่า ถ้าจะบอกว่ามาจากลิง เพราะเมื่อก่อนที่บ้านก็เรียกว่าลูกลิง 555

#1 By Paa orKant on 2008-08-24 12:14