ในตอนที่ 1 และ 2 ของบทความชุดนี้เราได้คุยกันถึงหลักฐานทางโครโมโซม,ไวรัส,รหัสพันธุกรรมขยะ ที่แสดงถึงความสัมพันธุ์ทางวิวัฒนาการระหว่างมนุษย์กับลิงไปแล้ว สำหรับตอน 3 ผมจะขอยกหลักฐานเห็นได้ง่ายอย่างซากฟอสซิลมาแสดง ก่อนปิดท้ายด้วยบทสรุปที่คงช่วยตอบคำถามในใจหลายคนอย่าง "การครอบครองดวงเคราะห์ดวงนี้เป็นพรหมลิขิตของมนุษยชาติหรือไม่?" และ "เราอยู่อย่างโดดเดี่ยวหรือเปล่า?"
 
เข้าเรื่องฟอสซิลกันก่อนนะครับ
 
 
ผมคิดว่าเราคงคุ้นเคยกับภาพทำนองนี้อยู่พอสมควรเพราะเปิดหนังสือวิทยาศาสตร์เล่มไหนก็มี ส่วนตาราเรียนมีหรือเปล่านั้นไม่ค่อยมั่นใจ (แต่คิดว่าคงไม่เพราะสถาบันศึกษาบ้านเราค่อนข้างตระหนี่ค่าพิมพ์ตารางใหญ่ๆสวยๆแบบหนังสือเรียนเมืองนอก)
 
จริงๆแล้วการแสดงขั้นตอนวิวัฒนาการมนุษย์ในลักษณะนี้มีข้อบกพร่องใหญ่ๆ2อย่างนั่นคือ
 
1. ไม่อธิบายว่าเจ้าจ๋อตัวซ้ายสุดไม่ใช่ลิงในปัจจุบันแต่เป็นบรรพบุรุษที่เรากับชิมแพนซี อุรังอุตังและกอริลล่ามีร่วมกันต่างหาก เพราะเขาวาดรูปซะคล้ายลิงชิมแพนซีเหลือเกินนี่แหละกลุ่มต่อต้านวิวัฒนาการถึงชอบถามว่า "ถ้ามนุษย์มาจากลิงจริง แล้วทำไมยังมีลิงอยู่อีกล่ะ"
 
2.  ตัวอย่างสายพันธุ์ซึ่งนำมาวาดนั้นมีน้อยกว่าที่เราค้นพบมาก ทำให้เราชอบคิดว่ายังมี Missing link หรือห่วงโซ่วิวัฒนาการที่หายไปอยู่ สื่อบ้านเรายิ่งไม่ประสีประสาเรื่องทำนองนี้พอมีข่าวขุดพบสิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์ทีไร ก็มักอ้างว่าพบ Missing link เสียเรื่อย = ='
 
ความจริงคือนับตั้งแต่ปี 1896 ที่มีคนขุดพบฟอสซิล Homo erectus ซากแรกจนถึงปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์สามารถระบุสิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์ที่อยู่ร่วมกิ่งก้านวิวัฒนาการเดียวกับเราได้แล้วกว่า 24 ชนิด ซึ่งหลักฐานทางฟอสซิลก็แสดงความเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆตามหลักวิวัฒนาการ จากสัตว์ร่างกายเดินไม่ขนานกับพื้น ฟันยื่น ขนรุงรัง ตัวเตี้ยม่อต้อ จนกลายมาเป็นมนุษย์ซึ่งใจชอบใฝ่ลงเดินสี่ขา ฟันไม่แปรง น้ำไม่อาบ ตัวอ้วนเหมือนตุ่ม ได้อย่างชัดแจ้ง
 
กิ่งไม้วิวัฒนาการ...นี่เป็นเพียงตารางคร่าวๆยังขาดตัวอย่างอื่นอีกหลายชิ้น แต่แค่นี้ก็สมบูรณ์มากแล้ว
 
ถ้าอยากรู้ว่าขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของบรรพบุรุษเรานั้นแนบเนียนขนาดไหน ลองดูภาพข้างล่างนี่ได้เลยครับ
 
 
 
 กะโหลก A เป็นของชิมแพนซี ส่วน N มาจากมนุษย์ปัจจุบันที่เหลือเป็นของสัตว์คล้ายมนุษย์ทั้งหมด หากมองเผินๆอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าของใครเป็นของใคร (ขนาดนัก"วิทยาศาสตร์"ที่เชื่อว่าพระเจ้าสร้างโลก ทุกอย่างถูกสร้างขึ้นต่างหาก ยังตกลงกันไม่ได้เลยว่าอันไหนเป็นของคนหรือลิง)
 
เรียกได้ว่าห่วงโซ่วิวัฒนาการมนุษย์นั้นเกือบสมบูรณ์แล้ว...จะเหลือชิ้นส่วนเล็กๆน้อยๆมาประกอบเข้าไปอีกหน่อยก็ไม่ทำให้ความเข้าใจของเราเปลี่ยนไปแต่อย่างใด
 
 ต่อไปผมจะพูดเกี่ยวกับประเด็นสุดท้าย นั่นคือชะตาลิขิตการได้ครองพิภพของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาอื่นหรือที่เกริ่นไว้เมื่อจบตอนที่แล้วว่า "เอเลี่ยน"จริงๆแล้วชาวต่างดาวในความหมายนี้คือวัฒนธรรม หรือสิ่งมีชีวิตซึ่งแตกต่างไปอย่างที่สมองมนุษย์ไม่อาจทำความเข้าใจได้โดยสมบูรณ์
 
เหมือนคราวกองทัพนโปเลียนย่างถึงอียิปต์และทอดตามองมหาปิระมิดแห่งกิซา รูปปั้นสฟิงซ์หัวมนุษย์กายราชสีห์เป็นครั้งแรก สถาปัตยกรรมเหล่านั้นดูน่าพิศวงเกินกว่าชาวยุโรปในสมัยหลายพันปีให้หลังจะเข้าใจได้ ว่าเหตุใดชาวอียิปต์โบราณจึงทุ่มเททรัพยากรมากมายเพื่อจารึกมันไว้บนพื้นโลก...ในอนาคตข้างหน้าลูกหลานของเราอาจมองย้อนกลับมาและตั้งคำถามกับซากตึกสูงระฟ้า อนุเสาวรีย์มหึมาอย่างเดียวกับที่นโปเลียนทำก็ได้ 
 
...
 
ถ้าเราจะหา"เอเลี่ยน"ในความหมายนี้ ผมขอให้ท่านเลื่อนหน้าจอขึ้นไปยังกิ่งไม้วิวัฒนาการที่แสดงความสัมพันธุ์ระหว่างฟอสซิลอีกครั้ง แล้วมองดูก้านแขนงแห่งชีวิตซึ่งบัดนี้แห้งตายเกือบหมดสิ้น หลงเหลือเพียง Homo sapiens ให้ผลิใบต่อไปอย่างลำพัง
 
กิ่งไม้วิวัฒนาการที่ตายอยู่รอบตัวเรานี่แหละครับคือเอเลี่ยน สิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาซึ่งในอดีตเคยมีโอกาสจะได้มานั่งอยู่ตรงนี้แทนที่มนุษย์ หากถูกกระแสแห่งธรรมชาติอันโหดร้ายชิงปลิดจากต้นเสียก่อนกาล ใครจะไปรู้ว่าอะไรทำให้เรารอดแต่เขาสาบสูญ บางทีอาจเป็นระยะทางต่างเพียงเมตรจากคมเขี้ยว เซลล์เชื่อโรคเพียงหนึ่งตัว หรือเลือดไม่กี่หยาดก็ได้
 

 
ดูอย่างนีแอนเดอธัลล์สิครับ พวกเขาก้าวหน้าใกล้เคียงมนุษย์แทบทุกอย่างแม้ว่ารหัสพันธุกรรมจะแตกต่างจนเป็นอีกสปีชีส์ 
 
ผลแกะรหัสพันธุกรรมไมโตคอนเดรีย Neanderthal ที่นักวิทยาศาสตร์กู้ได้จากฟอสซิลไขกระดูก ความแตกต่างระหว่าง DNA ของคนกับนีแอนเดอร์ธัลนั้นมากเกินขีดจำกัดของสปีชีส์เดียวกัน
 
นีแอนเดอร์ธัลมีสติปัญญาสูง สามารถคิดค้นเครื่องดนตรี สร้างงานศิลปะ และอาจนับถือศาสนาด้วยจากหลักฐานพิธีกรรมให้ผู้ตาย ท่านคิดว่าเมื่อสมัยพวกเขายังอยู่ร่วมโลกกับมนุษย์ นีแอนเดอร์ธัลจะนั่งล้อมวงรอบกองไฟใต้ดวงดาว แล้วร่ายเพลงขับขานต่อพระเจ้าของเขาให้ปกปักษ์เผ่าพันธุ์ให้อยู่รอดหรือเปล่า?  หากประวัติศาสตร์ต่างไปอีกสักนิดและ Homo sapiens อย่างเราเป็นฝ่ายสูญพันธุ์แทนโลกทุกวันนี้จะอึงคะนึงด้วยเสียงประท้วง กลิ่นไอเสียมอเตอร์ไซค์กับคำถามว่า“เราเป็นใคร? เกิดมาทำไม?” อย่างทุกวันนี้หรือไม่? คำตอบล่ะจะเป็นเช่นไร?
 
มนุษย์นั้นพิเศษแน่ แต่ไม่ได้พิเศษเพราะถูกลิขิต...เราพิเศษเพราะสามารถเอาชีวิตรอดจนวิวัฒนาการสมองที่ใหญ่พอจะช่วยเปิดตาให้เห็นความเชื่อมโยงในห่วงโซ่ใหญ่ของชีวิต และรู้ถึงคุณค่าของเวลาอันน้อยนิดที่มนุษย์มีโอกาสใช้บนดาวเคราะห์อายุ กว่าสี่พันล้านปีดวงนี้ ณ วันนี้มนุษย์อาจโดดเดี่ยวแต่เราก็ไม่ได้เดินตามประแสแห่งชีวิตมาเพียงลำพัง...ก็มีเพียงมนุษย์อีกนั่นแหละ ที่สามารถหลั่งน้ำตาให้กับเพื่อนร่วมกิ่งก้านที่ล้มหายและรักษ์ทุกสิ่งซึ่งยังเหลืออยู่ร่วมกับเรา
 
ขอจบซีรียส์บทความเรื่องวิวัฒนาการของมนุษย์เพียงเท่านี้  ขอบพระคุณทุกท่านที่ตามอ่านอย่างสูงและกราบสวัสดี -/\-
 

Comment

Comment:

Tweet

ผมก็ไม่ได้เรียนอาไร มากมาย แต่ไม่รู้ว่าผมคิดถูกป่าวที่ว่า ตั้งแต่ ผมเกิดมาก็ยังไม่เห็นมีอาไร วิวัฒนาการแบบ ที่ลิงเป็น มนุษย์ หรือถ้ามี ก็คงเป็น ข่าวไปแล้ว คือประมาญว่า ถ้ามัน มีการวิวัฒนาการ แบบนี้จริงๆ แล้วทำไม่ตอนนี้ไม่มีอาไร ที่บอกกันเราว่ามันมีจริง แค่ส่งสัย แล้วที่ว่าพระเจ้าสร้างโลก พระเจ้าที่ว่าคงเก่งหน้าดู สร้างมาได้ ทั้งรางกายและจิตใจ ความคิด คนเราเวลาไปทำรายคนอื่นก็จะรู้ว่า มันผิด แต่ หมาที่บ้าน มันกันถ้าไม่ตีมันก็ยังจะกัด อยู่ดี พูดแล้ว งงตัวเอง อิอิ

#11 By hotman (58.147.33.204) on 2009-06-11 15:34

นีแอนเดอทาลสูญพันธุ์เพราะไม่สามารถพูดเป็นภาษาได้อย่างมนุษย์

#10 By Dark (113.53.21.121) on 2009-04-02 01:35

อ่านจบแล้วได้ความรู้มากเลยครับ surprised smile

#9 By bellbell on 2008-10-15 03:38

ในอนาคตเราจาวิวัฒนาการไปเปนแบบไหนหนอ

#8 By mk182 on 2008-10-08 20:55

#7 By Thep-aksorn : The Aria Auditor on 2008-09-29 10:39

1. ก็เป็นไปได้นะ หรืออีกข้อสันนิษฐานคือเราผสมพันธุ์กัน แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีหลักฐาน และ DNA ก็แสดงว่าเราต่างกันเกินไปน่ะครับ
2. 2 more missing links!
3. ขอบคุณครับ หวังว่าจะช่วยให้การอธิบายทำได้ง่ายขึ้นนะครับ
4. ผมก็งงมาหลายปีเหมือนกัน
5. นั่นสิ โลกของนีแอนเดอร์ธัลจะเป็นยังไงน้อ

#6 By Repentant on 2008-08-27 23:35

Hot! ถ้าตอบเลียนแบบแนวคิดของดาร์วิน นีแอนเดอร์ธัลคงตายไปโดยไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับภาวะแวดล้อมใหม่ได้ เพราะโครงสร้างที่เป็นนักล่า กระดูกใหญ่ จมูกใหญ่เพื่ออบอุ่นอากาศ ร่างกายเล็กฯลฯ ไม่เอื้ออำนวยต่ออากาศแบบอบอุ่นในยุคใหม่ที่เข้ามา

อาจจะเสียดาย ทั้งๆที่โลกอาจจะดีขึ้นมากกว่านี้แล้วแท้ๆ

#5 By on 2008-08-27 21:15

ภาพในหัวเอนทรี่นี่เห็นบ่อยเหมือนกันนะ แต่ไม่ยักรู้ว่าไอ้จัวซ้ายสุดมันไม่ใช่ชิมแพนซีsad smile
เจ้าของบล็อกสอนได้ดีมากเลยค่ะ

เวลาเจอคนที่ไม่ยอมเข้าใจเรื่องวิวัฒนาการมนุษย์ซักที และยังยึดติดกับทฤษฎีพระเจ้าสร้างโลก
เราก็ไม่รู้จะไปอธิบายให้เขารู้เรื่องได้ยังไง ถ้าเขาไม่ได้เรียนสายวิทย์มา
เพราะมันต้องใช้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์เยอะมาก

นักวิทยาศาสตร์ในอดีตหลายคนโดนศาสนจักรประณามหยามเหยียด
หาว่าเป็นพวกนอกรีตมั่ง เป็นพ่อมดหมอผีมั่ง
เฮ้อ......

แต่คนบางประเภทคงจะมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้จริงๆ
ถ้าไม่มีสิ่งที่เป็นอุดมคติมาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ
เห็นแล้ว เราก็ไม่อยากจะไปทำลายที่พึงใจทางใจของเขาเท่าไหร่

#3 By >>VaRioLa on 2008-08-27 14:34

ตลกขำไม่ออกเรื่อง Missing Link อันนึงจากอาจารย์แำพรคครับ

กาลครั้งหนึ่งเราพบตัวอย่างสปีชีย์สองชิ้นซึ่งเราเชื่อว่า มันสืบทอดกัน

A---->B

ผู้ต่อต้านกล่าวว่า รอยต่อระหว่าง A กับ B ไม่ชัดเจน(Missing Link)

ด้วยความพากเพียรในที่สุดนักวิทยาศาสตร์ก็ค้นพบเพิ่มอีก 1 สปีชีย์ เขาพอใจมาก ในที่สุดตารางนี้ก็สมบูรณ์ขึ้น

A--->AB---->B

ผู้ต่อต้านก็ดีใจมากเช่นกัน ตอนนี้เขามีประเด็นให้ค้านเพิ่มเป็นสองที่แล้ว ระหว่าง A->AB และ AB->Bsad smile

#2 By house on 2008-08-27 11:47

เราโหดกว่า ฆ่านีแอนเดอร์ธัลตายหมกป่าว