หากมีคณะทัวร์จากต่างดาวมาลงโลกในช่วงชีวิตสามพันล้านปีแรกล่ะก็ คุณไกด์เอเลี่ยนคงได้แต่ทอดตามองทุ่ง Stromatoliteหรือโครงสร้างคล้ายหินอันเกิดจากการหมักหมมของสาหร่ายสีน้ำเงิน-เขียวอย่างเซ็งๆแล้วรีบต้อนลูกทัวร์กลับขึ้นยานเพื่อไปเที่ยวสถานที่น่าสนใจกว่าอย่างภัตตาคารสุดปลายดาราจักรหรือรัฐสภาหมู่ดาวบนคอรัสแคนท์แหงมๆ(พวกนี้ถ้าดูหนัง Hitchiker's guide หรือ Star wars จะรู้จัก แหะๆ)
 
โลกของเราแต่ก่อนแสนน่าเบื่อ จนอย่างดีก็เป็นแค่ปั๊มป์แวะฉี่เท่านั้นแหละครับ
 
ทุ่ง Stromatolite ยุคปัจจุบันในออสเตรเลีย
 
 แต่คณะทัวร์เอเลี่ยนของเราหารู้ไม่ว่า ในอีกแค่ประมาณหนึ่งพันล้านปีเท่านั้นปรากฏการณ์การณ์ครั้งมโหฬารจะเปลี่ยนแปลงดาวเคราะห์สีฟ้าซึ่งเคยริบหรี่ด้วยประกายชีวิตดวงนี้ให้กลายเป็นพิภพที่อุดมไปด้วยสีสันและการเคลื่อนไหวขวักไขว่ ชีวิตจะพบหนทางการดำรงซึ่งอยู่ยงตราบจนทุกวันนี้
...
 
เหตุการณ์นั้นคือการระเบิดแคมเบรียนเมื่อประมาณ 540 ล้านปีก่อนนั่นเอง

ถ้าว่ากันตรงๆแล้วคำว่า"การระเบิด"ออกจะชวนความสับสนไปหน่อยเพราะมันทำให้ผู้ฟังคิดว่าเดียวจู่ๆสัตว์เซลล์เดียวและหลายเซลล์ต่างก็ตัดสินใจฟิวชั่นแปลงร่างเป็นปลากับแมงดาโบราณแล้วเริ่มออกแหวกว่ายหรือไม่ก็มีพลังเหนือธรรมชาติมาร่ายคาถาโอมมะลึกกึ๋กกึ๋ยให้สัตว์ทุกประเภทที่เราเห็นกันในปัจจุบันโผล่แวบขึ้นจากอากาศธาตุ 
 
เรื่องราวของยุคแคมเบรียนจริงๆแล้วน่าทึ่งและซับซ้อนซ่อนเงื่อนกว่านั้นมาก จะเป็นอย่างไรผมขอเชิญท่านไปท่องอดีตด้วยกันอีกรอบขอรับ ^_^
 

พร้อมแล้ว...ก็ขึ้นยานหน้าตาคล้ายตู้โทรศัพท์ลำนี้กันได้เลย
 
จุดหยุดแรกของเราจะเป็นก่อนหน้ายุคแคมเบรียนพอสมควร เพื่อให้ท่านได้เห็นว่าสิ่งมีชีวิตที่ถือกำเนิดจากเฟืองจักรแห่งวิวัฒนาการในสมัยก่อนแคมเบรียนไม่ได้มีแค่สัตว์เซลล์เดียวกับหลายเซลล์แบบง่ายๆเท่านั้น เพราะตราบใดเหล่ายีนส์ยังมีผืนผ้าแห่งธรรมชาติให้วาดระบาย มันก็สามารถรังสรรค์หนทางเอาตัวรอดได้อย่างน่าทึ่งจนบางครั้งอาจดูเหลือเชื่อหากจะบอกว่านี่คือชีวิตซึ่งเคยอาศัยอยู่บนดาวเคราะห์ดวงนี้
 
...
 
ขอต้อนรับสู่ป่าแห่ง Ediacara เมื่อประมาณ 600-540 ล้านปีก่อน^_^
 
 
 
 อย่างที่เห็นละครับว่าเรากำลังอยู่ยืนใต้ทะเล เหนือศีรษะคือโลกที่เพิ่งกลับเป็นสีน้ำเงินอีกครั้งหลังผ่านยุคเยือกแข็งครั้งใหญ่มาหมาดๆ ตะกอนสารอาหารมากมายที่ละลายคืนสู่น้ำประกอบกับระดับออกซิเจนที่สูงขึ้นเป็นเหตุให้วิวัฒนาการต้องเร่งจังหวะตามจำนวนสิ่งมีชีวิตและการแข่งขันที่เพิ่มพูนอย่างรวดเร็ว แม้หากเทียบแล้วระบำชีวิตในป่า Ediacara ยังดำเนินไปด้วยทำนองเชื่องช้าเรียบง่ายหากเทียบกับโลกปัจจุบันก็เถอะ
 
สิ่งมีชีวิตที่ปรากฏบ่อยสุดๆในบันทึกฟอสซิลในยุคนี้ คือเจ้าตัวรูปร่างคล้ายใบไม้ในรูปที่มีชื่อจริงว่า Charnia นั่นแหละครับ
 
 ฟอสซิลของ Charnia
 
ถึงจะหน้าตาคล้ายใบไม้ แต่เพราะมันอยู่ใต้ทะเลลึกกว่าแสงส่องถึงนักวิทยาศาสตร์เลยสันนิษฐานว่า Charnia น่าจะเป็นสัตว์ที่ใช้ชีวิตโดยการกรองสารอาหารจากน้ำมากกว่า นอกจาก Charnia แล้วยังมีสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายกับมันอีกหลายชนิดร่วมประดับประดาอยู่ทั่วสวนใต้ทะเลแห่งยุค Ediacara ด้วย
 

SRC: 1=Pteridinium, 2=Dickinsonia, 3=Charnia, 4.=Rangea
 
เมื่อยื่นมือแหวกม่านคล้ายใบไม้น่าพิศวงเหล่านี้ดู เราก็จะเห็นการเคลื่อนไหวของสรรพสัตว์ที่รูปร่างคุ้นตาขึ้นหน่อยอย่าง
 
Spriggina
 

 
Parvancorina ซึ่งทั้งคู่น่าจะเป็นบรรพบุรุษของสัตว์มีเปลือกในยุคต่อมาหลายชนิด
 
น่าเสียดายที่ถึงแม้เรามี fossil สิ่งมีชีวิตเปลือกแข็งหลายชนิด สัตว์ในยุค Ediacara อีกจำนวนมากกลับยังไม่ได้วิวัฒนาการโครงกระดูก ธรรมชาติจึงไม่มีแคลเซียมมาเป็นน้ำหมึกใช้จารึกพวกมันลงบนชั้นหิน แต่หากลองพลิก Stromatolite สักก้อนสองก้อนขึ้นดูก็จะเห็นร่องรอยขุดเจาะที่พวกมันทิ้งเอาไว้
 
 
Trace Fossil จากออสเตรเลีย คาดว่าเป็นสัตว์คล้ายหนอน
 
ถึงตอนนี้ต้องขอให้ท่านเก็บภาพผืนป่าแห่ง Ediacara ไว้ให้แน่นในใจ เพราะเมื่อเราเปิดประตูไทม์แมชชีนอีกครั้งเมื่อถึงยุคแคมเบรียนในอีก 60 ล้านปีข้างหน้า สิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายใบไม้ที่พลิ้วพรายไปตามกระแสมหาสมุทรเหล่านี้ี้จะหายไปตลอดกาลด้วยฝีมือเพชฌฆาตรายเดียวกับที่สัตว์ปัจจุบันใช้เข่นฆ่าทำลายเหยื่อในวงจรนองเลือดซึ่งมีนามว่าพงไพร
 
มันคือเขี้ยวเล็บ...และนัยน์ตา
 
 ต้องขออธิบายก่อนว่า...กลไกวิวัฒนาการก็เหมือนกับวงออร์เคสตร้าที่บรรเลงไปตามจังหวะของคอนดักเตอร์ชื่อว่า"ธรรมชาติรอบตัว"ซึ่งก็คือสิ่งแวดล้อมทั้งหลายตลอดไปจนถึงสภาวะอากาศ โดยเครื่องดนตรีทุกๆชิ้น ไม่ว่าจะเสียงชวนหวั่นหัวใจของไวโอลิน จังหวะทุ้มของกลอง หรือท่วงทำนองขลุ่ย รวมกันนับร้อยชิ้นต้องสอดประสานรับกันเพื่อเปลี่ยนแปรไปตามกระแสดนตรีอันไพเราะสอดคล้อง
 

 
ถ้าเล่นไม่ทัน ผิดจังหวะ คอนดักเตอร์ก็ต้องหยุดก่อนจะให้วงบรรเลงต่อได้...แต่ในดนตรีที่ไม่มีวันจบสิ้นของธรรมชาติ คอนดักเตอร์จะชักปืนมายิงแสกบาลคุณแล้วเล่นต่อโดยไม่คิดหยุดเพลงรอด้วยซ้ำ
 
เมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น เขาเรียกว่าการสูญพันธุ์ หรือ Extinction ขอรับ กรณีของ Ediacara ก็เช่นกัน
 
เมื่อดวงตาแบบสลับซับซ้อน(แม้จะไม่เท่าปัจจุบัน)ลืมขึ้นเป็นครั้งแรกในต้นยุคแคมเบรียน วิธีสัมผัสโลกภายนอกก็เปลี่ยนไปสิ้นเชิง จากแบบเดิมที่ใช้กลุ่มเซลล์รับแสงบอกทิศทางคร่าวๆหรือเอาร่างกายชนแบบสะเปะสะปะ จังหวะชีวิตเริ่มวุ่นวายขึ้นเพราะสัตว์สามารถชี้เป้าอาหารและสวาปามได้อย่างรวดเร็ว  ใครกินได้มากทานได้เร็วกว่าก็มีโอกาสแพร่ยีนส์ตัวเองต่อไป
 
คนที่ซวยที่สุดกรณีนี้คือเป้านิ่งอย่าง Ediacara ซึ่งไม่อาจวิวัฒนาการหลบสัตว์นักล่าได้ทัน ส่วนพวกที่สามารถพัฒนาตา ระบบสัมผัสซับซ้อน หรืออวัยวะป้องกันทันเวลาก็รอดตัวไป
 
การระเบิดแคมเบรียนจึงไม่ได้เป็นสิ่งที่อยู่ๆก็เกิดปุบปับ แต่มาจากบทโหมโรงแห่งวิวัฒนาการซึ่งเริ่มไต่บันไดเสียงมาเป็นเวลาหลายสิบล้านปีเหมือน crescendo รอเพียงตัวโน๊ตบ่งบอกจุดไคลแมกซ์อย่าง ดวงตาประกอบ เขี้ยวเล็บ และรหัสพันธุกรรม Hox ที่ช่วยให้รูปแบบสร้างร่างกายเป็นไปได้หลากหลายเหมาะกับความท้าทายของธรรมชาติให้กระหึ่มกึงก้อง
 
 ถ้าใครยังดื้อดึงบอกว่าแคมเบรียนคืออัศจรรย์ของการสร้าง...บอกไปเลยครับว่านี่แหละคือครั้งแรกที่ธรรมชาติแปดเปื้อนด้วยการเลือดของเหยื่อกับผู้ล่าอย่างแท้จริง
 
 บ่นอยู่นานไทม์แมชชีนของเราก็มาถึงยุคแคมเบรียนพอดี ลองเปิดประตูออกไปดูดีกว่าครับว่าในช่วงเวลา 50 ล้านปีต่อจากนี้นับตั้งแต่ต้นจรดปลายการระเบิดท้องทะเลจะค่อยๆอุดมสมบูรณ์ขึ้นด้วยชีวิตแบบไหนบ้าง?
 
 
Anomalocaris สัตว์ประหลาดที่เคยเป็นดาราของคอลัมน์สัตว์ประหลาดประจำวันไปแล้วรอบหนึ่งและเจ้าของหลักฐานฆาตกรรมชิ้นแรกของโลก
 
 
(มุมบนขวา)กัดกร้วมไปคำเบ้อเร่อ บรื๋อ
 

Wiwaxia สัตว์มีเกล็ดรุปร่างคล้ายสัปปะรด อาศัยอยู่บนพื้นทะเล
 

Opabinia ที่ยื่นปากออกมานอกร่างได้เหมือนเอเลี่ยน
 

Hallucigenia ชื่อแปลว่าภาพหลอน คงเพราะมันคล้ายๆกับอะไรที่เราเห็นเวลาเมากัญชากระมัง =_='
 
 ถึงสัตว์พวกนี้ดูแปลกประหลาดพิลึกพิลั่นราวกับมาจากดาวอื่น ถ้าเราลองใช้สายตาแยกแยะดีๆก็จะเห็นบรรพบุรุษของสัตว์ไฟลั่ม(ง่ายๆคือตระกุลใหญ่ละนะครับ)หลักๆในปัจจุบันหลายไฟลั่มเช่นกัน แม้หน้าตาอาจไม่เหมือนกับลูกหลานสมัยนี้สักเท่าไหร่
 
 

Sanctacaris บรรพบุรุษโดยตรงของ ปู แมลง กุ้ง กั้ง
 
 
Trilobite โคตรย่าของแมงดา
 
และแน่นอน...บรรพบุรุษของเราทั้งมวลก็ว่ายปะปนอยู่ในมหาสมุทรแห่งชีวิตด้วย
 

Pikaia สัตว์มีกระดูกสันหลังประเภทแรกๆ
 
 
Myllokunmingia สัตว์กึ่งปลาโบราณที่ลูกหลานจะแตกสาขาไปเป็น นกกา กิ้งก่า และตัวเรา จากมหาสมุทรสู่สายชล ผืนดินและท้องฟ้า สรรพสัตว์ยุคนี้ยังมีอีกมากทั้งที่ยังคงเหลือลูกหลานอยู่บนผืนผ้าแห่งชีวิตและที่สูญพันธุ์ไปหมดแล้ว วันไหนจะจับมาให้ดูอีกในคอลัมน์สัตว์ประหลาดประจำวันขอรับ
 
 ท่องอดีตกันมาก็นานพอควรตั้งแต่ป่า Ediacara จนถึงทะเลปลาย Cambrian เรากลับสู่ปัจจุบันอีกห้าร้อยล้านปีข้างหน้าก่อนเจ้า Anomalocaris จะว่ายมางาบหัวกันดีกว่า ทีแรกผมจะพาขึ้นฝั่งแต่ก็นึกได้ว่าพื้นพิภพในยุคนี้ยังรกร้างเกรียมแสงแดด ไร้ซึ่งสรรพเสียงชีวิตใดๆ ต้องรอจนหมดยุค Silurian ในอีกเกือบร้อยล้านปีข้างหน้าโน่นแน่ะกว่าผืนดินจะถูกเหยียบย่ำด้วยชีวิต
 
วู้บ...กรุงเทพ (ทีจะจบละเร็วเชียว)
 
เมื่อมองย้อนกลับไปบทเพลงแห่งยุคแคมเบรียนได้ผ่านพ้นมานาน 540 ล้านปีแล้ว เทียบช่วงเวลาที่มนุษย์โผล่มาทิ้งร่องรอยไว้บนผืนโลกช่างน้อยนิดเหมือนจุดไม้ขีดไฟแข่งกับดวงตะวัน แต่ถ้าเราลองเงี่ยฟังเสียงเพลงแห่งชีวิตที่ดังออกจากดาวเคราะห์สีฟ้าดวงนี้ให้ดีๆ ก็จะได้ยินตัวโน๊ตหลายตัวซึ่งยังคงบรรเลงอยู่นับตั้งแต่บรรพยุค ไม่ว่าจะดวงตา กระดูกสันหลัง หรือโครงสร้างร่างกายของสัตว์นานาพันธุ์
  
เป็นเหมือนเสียงสะท้อนของยีนส์ที่บอกว่า...มีเพียงข้าเท่านั้นที่เป็นนิรันดร
 
Ref: 
Evolution: What the Fossils Say and Why It Matters (Hardcover)
by Donald R. Prothero (Author), Carl Buell (Illustrator) 
Wikipedia
Talkorigins
Pandasthumb 
 

Comment

Comment:

Tweet

อ่า คิดว่าท่าน ^ จะสับสนระหว่างกำเนิดชีวิต(ซึ่งว่ากันว่าอาจเกี่ยวกับฟ้าผ่าลงซุปชีวภาพ) กับการวิวัฒนาการสัตว์หลายเซลล์นะครับ

คนละเรื่องกัน และห่างกันหลายพันล้านปีแน่ะ

#28 By Repentant on 2008-09-13 20:51

การที่พวกสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวนี่สามารถมารวมกันได้นี่ มีในบางทฤษฎีของธรณีวิทยาที่บอกว่าเกิดจากการที่มีฟ้าฝ่าลงไปในน้ำที่สิ่งมีชีวิตเหล่านี้อยู่ด้วยนะคะ

น่าทึ่งมากๆ

fossils บางตัวในที่นี่ในเมืองไทยก็มีเหมือนกันนะคะ แต่ตอนนี้เค้ามีกฎหมายห้ามเก็บไปแล้ว .... เคยเก็บมาเหมือนกัน แต่ว่าบางทีก็ไม่ได้เอาไปทำอะไร ก็เลยเลิกเก็บ ปล่อยให้เป็นประวัติศาสตร์ของโลกนี้ให้คนรุ่นหลังมาศึกษาต่อดีกว่านะคะ

ขอบคุณสำหรับความรู้เจ๋งๆ ค่ะbig smile
12-20. ^_^ ขอบพระคุณมากครับ
21. เรื่องลงสีนี่ไว้จะลองเปิดหนังสือมาเล่าให้ฟังนะครับ ว่าเขาเลือกสียังไง
22. ก็เนิร์ดสิท่าน
23-25. ^_^

#26 By Repentant on 2008-09-13 12:38

เขียนบรรยายได้ลื่นไหลอ่านสนุกมากเลยค่ะ อ่านเปิดโลกดึกดำบรรพ์จากต่วยตูนพิเศษยังไม่สนุกเท่านี้เลย confused smile

ของเค้าดีจริงๆ Hot!

#25 By draco on 2008-09-13 05:04

กินปลาเผา กุ้งเผา ปูย่าง 555
เอาอีกค่าาาาาาา open-mounthed smile


เรียนไบโอมาเช่นกัน แต่ไม่เคยรู้สึกเพลินกับกำเนิดชีวิตเท่านี้เลย ชอบวิธีเล่าของท่านค่ะ

#23 By hikaru on 2008-09-13 01:14

big smile อ่าน แล้วอยากบอกว่า

หนึ่งคือ เพลินกับความรู้ในเชิงวิชาการวิทยาศาสตร์ที่ดูย่อยง่ายมีชีวิตชีวาดี เช่นเดิมแบบที่อ่านมาก่อนหน้านี้ ตอนนี้ท่องทะเลซะด้วย
question สองคือ สงสัยว่าไปหาความรู้แบบนี้มาจากไหนได้บ่อยๆนะ Nerd น่าดูเลย คนเขียนบล๊อกเนี่ย

#22 By Pongwut Rujirachakorn on 2008-09-12 20:35

แต่ผมว่ามันสวยดีออก ถ้าเอามาใส่ในตู้ปลาได้นะ...

รึว่าการลงสีทำให้สวยหว่า - -" เพราะเอาเข้าจริงๆ แม้แต่ไดโนเสาร์สีอะไรยังไม่มีใครรู้เลย

#21 By on 2008-09-12 14:55

ให้ดาวโดยไม่ต้องบอกนะครับว่า..

"ของเค้าดีจริง"

Hot!

#20 By • OxyGenYoYo • on 2008-09-12 13:19

เอเลี่ยนนนนHot!

#19 By (^_^)/nana on 2008-09-12 10:48

ดีจังเอนทรี่นี้..เจาะเวลาสู่อดีตหลายล้านปี...ได้ความรู้เพียบเลยนะคะ

#18 By MayaKniGht on 2008-09-12 10:10

Hot! Hot! Hot! ยอดเยี่ยมครับ เหอๆ

#17 By Thep-aksorn : The Aria Auditor on 2008-09-12 06:53

คิดถึง Spore ครับ
ก้าก อ่านสนุกนัก มาต่อด้วยยเอาอีกค่า

#15 By songsage on 2008-09-12 00:20

big smile น่าอ่านอ่ะ

#14 By Arun Liz on 2008-09-11 23:04

สนุกจัง บรรยายง่ายๆ ทำให้เข้าใจได้ดีเลยคะ

อีกแล้วที่อ่านแล้วคิดถึงโดเรมอนbig smile
Hot!

#13 By tapum on 2008-09-11 22:48

ชอบครับ Hot!

จะรออ่านเอนทรี่ต่อไปนะครับ big smile

#12 By indybear on 2008-09-11 22:01

1. ^_^
2. เจ้ย ไหงงั้น
3. คงยังหรอกครับ เราอาจไปยิงแสกหน้าคอนดักเตอร์ก่อนด้วยซ้ำ = ='
4,5 ขอบคุณครับ
6,7 ^_^
8. ซะงั้น! เจ้าภัตตาคารมันอยู่ในเล่มสองเน้อท่าน
9. ธรรมชาติอยู่เหนือกฏหมายอ่าพี่เอ็ด
10. เปรียบเปรยน่ะครับ question

#11 By Repentant on 2008-09-11 21:51

เหอๆ มนุษย์ต่างดาวโคตรโง่ที่ไม่สนใจไซยาโนแบคทีเรีย
แล้วตำรวจไม่มาจับคอนดักเตอร์ที่ยิงลูกวงตายเหยอ

#9 By Eddalion on 2008-09-11 17:58

http://house.exteen.com/20080504/8203-8203-book-challenge-12-8203-8203-8203-8203-12-8203-8203

โฆษณารีวิวหนังสือ ไซไฟบั่นทอนปัญญา(Hitchiker's Guide)

open-mounthed smile

#8 By house on 2008-09-11 17:51

กรี๊ด
ป่าแห่ง Ediacara สวยมากกกกกกกก cry
เสียดายที่ปัจจุบันไม่มีแล้ว Hot!

#7 By Bluemoon on 2008-09-11 17:33

คิดถึงซีฟู้ดจังเลย

รออ่านเอนทรีต่อไปฮะ'w'
เจอบล็อกนี้แล้วต้องย้อนกลับไปอ่านหลายๆ บล็อก
บล็อกสนุกมากๆ ค่ะ กลายเป็นแฟนไปซะแล้ว big smile

#5 By rainorshine on 2008-09-11 16:35

Hot! Hot!

ชอบมากเลยครับ โดยเฉพาะตรงที่เปรียบวิวัฒนาการกับวงออเครสตร้าbig smile
Hot!
สนุกคะ รออ่านตอนหน้านะคะ
หวังว่ามนุษย์เราคงไม่โดนคอนดักเตอร์ยิงแสกหน้าเร็วๆนี้นะคะ

#3 By koyubi on 2008-09-11 13:51

อ่านแล้ว... อยากไปทะเลกินกุ้งเผา

#2 By lumin on 2008-09-11 13:47

ชอบจริงๆเหมือนดูสารคดีเลย อิอิ

#1 By Pink clouds on 2008-09-11 12:43