เด็กๆชอบไดโนเสาร์เพราะมันเป็นสะพานเชื่อมระหว่างจินตนาการกับความจริง สมองของเราบอกว่าถ้าสัตว์ประหลาดน่าทึ่งอย่าง T-Rex, Raptor, Apatosaurus มีตัวตนได้  ตัวละครในฝันทั้งหลายอย่างโดราเอมอน แบทแมน ก็ออกมาโลดแล่นได้เช่นกัน
 
เพราะอย่างนี้แหละตอนเด็กผมถึงเศร้ามากที่พ่อแม่บอกว่าไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไปหมดแล้ว แต่พอโตมาถึงได้รู้ความจริงซึ่งพวกท่านไม่ได้บอก
 
...นั่นคือไดโนเสาร์ยังมีชีวิตอยู่รอบๆตัวเรา...
 
ถ้าไม่มีไดโนเสาร์...ยามเช้าก็คงไร้เสียงเจื้อยแจ้วจากต้นไม้นอกหน้าต่าง
 
 ถ้าไม่มีไดโนเสาร์...คงไม่มีรูปสวยๆกลับมาจากจตุจักร
 
ถ้าไม่มีไดโนเสาร์...ท้องฟ้าก็คงไร้ปีก
 
ผมพนันว่าหลายคนมีลูกหลานไดโนเสาร์อยู่ในท้องด้วยล่ะ หุๆ
 
นกนี่แหละครับคือไดโนเสาร์ เป็นอีกหนึ่งพยานการรอดจากเหตุการณ์สูญพันธุ์ครั้งใหญ่เมื่อหกสิบห้าล้านปีก่อน เหล่าวิหคอาศัยวิวัฒนาการตบตาอุกกาบาตุเพชฆาตจากนอกโลกแล้วมีชีวิตอยู่มาถึงทุกวันนี้
 
 ก่อนหน้ามนุษย์จะรู้ว่ามันวิวัฒนาการมาจากไดโนเสาร์นั้น นกทั้งหลายเป็นสัตว์ปริศนาที่นักวิทยาศาสตร์สมัยศตวรรษที่19 ต้องปวดเศียรเวียนเกล้าว่ามันมาจากไหนกันแน่
 
เพราะไหนจะมีขาเป็นเกล็ด,ออกลูกเป็นไข่ เหมือนสัตว์เลื้อยคลาน
 
คล้ายเท้าทีเร๊กซ์ไหมละครับ
 
 
 
แต่ดันกลับเป็นสัตว์เลือดอุ่นที่ต้องอาศัยขนช่วยรักษาอุณหภูมิร่างกายซะงั้น!
 
 
 ปริศนาว่านกมาจากไหนเริ่มกระจ่างเมื่อปี 1881 พร้อมกับค้นพบไดโนเสาร์ขนาดสูงเท่าข้อเท้าชื่อ Archeopteryx
 
 
Archeopteryx มีหาง,เล็บเหมือนไดโนเสาร์ แต่มีขนและปีกเหมือนนก บ่งบอกการเป็นสิ่งมีชีวิตรอยต่อระหว่างทั้งสองเผ่าพันธุ์อย่างชัดเจน
 
แต่แน่ละว่าต้องมีลัทธิพระเจ้าสร้างโลกออกมาต่อต้านโดยบอกว่า
 
"มันเหมือนนกมากกว่า!" "ไม่ใช่ ดูโครงสร้างแล้วมันบินลำบาก ฉะนั้นต้องเป็นไดโนเสาร์สิ!"
คำตอบ : ก็เป็นทั้งคู่นั่นแหละ ไม่งั้นเขาคงไม่เรียกสิ่งมีชีวิตรอยต่อหรอกนะ =_='
 
 คำค้านหลักๆของทฤษฏีไดโนเสาร์มาจากนกก็อย่างเช่น
 
ปีกนกกับขนนกต้องเกิดขึ้นพร้อมทันที ไม่งั้นแค่ปีกแหว่งๆ ขนครึ่งๆกลางๆจะมีประโยชน์อะไร

 
ร่างกายนกมีอวัยวะช่วยบินอย่างกระดูกเป็นโพรงแถมยังมีปอดลักษณะพิเศษซึ่งไม่มีประโยชน์สำหรับสัตว์บก ฉะนั้นไม่มีเหตุผลให้สิ่งเหล่านี้วิวัฒนาการขึ้นมา นอกจากถูกสร้างเท่านั้น!
 
 
 ส่วนย้อมหมึกสีฟ้าคือถุงลมที่่ช่วยให้นกมีออกซิเจนเพียงพอกับการสยายปีกท้าท้องฟ้า

 ข้ออ้างเหล่านี้เข้าแนว "ไม่รู้โว้ย พระเจ้าสร้าง" ของผู้บูชาช่องว่างในสติปัญญาของมนุษย์นั่นแหละครับ คนเหล่านี้หากินอยู่บนความไม่รู้ พึงใจกับอวิชชา เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆจะทำลายความงมงายอันเป็นที่ยึดเหนี่ยวหมดสิ้น
 
แต่วิทยาศาสตร์ก้าวไปข้างหน้าเสมอ และทุกวันนี้การค้นพบซึ่งเพิ่มพูนก็ช่วยให้เรามั่นใจแล้วครับว่าเหล่าปักษาวิวัฒนาการมาจากไดโนเสาร์พันธุ์โปรดของเด็กๆ นั่นคือ Therapod ซึ่งรวมถึง T-rex  ด้วยนั่นเอง!
 
ลองดูโครงกระดูกสุดคล้ายคลึงกันก่อน แม้ในระดับ DNA นกก็ยังแสดงหลักฐานของการเป็นไดโนเสาร์อย่าง
เช่นยีนส์สำหรับสร้างฟันทั้งๆที่มันไม่มีฟัน นอกจากนี้ยังมีผลการตรวจ DNAไขกระดูก T-Rex ที่พบว่าเหมือนกับนกปัจจุบันด้วยนะครับ แต่ทีนี้เขายังถกเถียงความถูกต้องกันอยู่กระผมเลยไม่เอามาลง
 
หลักฐานแน่นหนาก็มาจากเจ้าTherapod ตระกูล Raptor นี่แหละขอรับ เพราะวิทยาการสมัยใหม่เปิดเผยว่าพวกมันมีขนเหมือนนกเปี๊ยบเลย
 
A,B คือกระดูกของ Raptor เทียบกับนกและไก่งวง ใน C-F  จะเห็นว่ามี Quill knob หรือต้นก้านขนอยู่
 
เหตุนี้เองตระกูล Raptor แห่งศตวรรษที 21 เลยต้องปรับโฉมกันใหม่ให้เข้ากับความรู้ที่สมบูรณ์ขึ้น
 

ถ้ายังมีชีวิตอยู่ เราอาจนึกว่าเป็นนกตัวใหญ่ก็ได้เนอะ
 
ไอ้ปีกหงิกๆ ขนครึ่งๆน่ะมีจริง แต่เอาไว้ทำอะไรล่ะ? คำตอบคือช่วยรักษาสมดุลในการวิ่ง ปีนต้นไม้, กรีดกรายหาคู่อย่างไก่งวงหรือนกยูงปัจจุบัน, ช่วยให้ความอบอุ่นกับตัวเองและไข่
 
แล้วหลักฐานอยู่ไหน?
 
พฤติกรรมไงครับ...ลองนึกภาพตัวเองเป็นแรพเตอร์ข้างบนดู ตัวเราภัวถึงหางยาวประมาณสองเมตร สูงครึ่งเมตรหนึ่ง ถ้าเหยื่อขนาดพอๆกันก็ข่มได้ แต่นี่คือโลกของยักษ์กินเนื้อหนักเกือบสิบตัน และข่าวร้ายคือมันกำลังแยกเขี้ยวปรี่มาทางนี้ด้วยสิ
 
หนียังไงดี? ใส่ตีนผีอาจจะได้แต่ก็ไม่แน่ว่าจะพ้น ทางที่ดีปีนขึ้นต้นไม้ใหญ่นั่นดีกว่าไหม 
 
คำถามตอนนี้คือสัตว์อย่างแรพเตอร์จะปีนขึ้นไปยังไงดี?
 
ก็กระพือปีกเวอร์ชั่นเบต้าเต็มที่เพื่อกดตัวไว้ไม่ให้ตกต้นไม้ ขณะเดียวกันก็จำอ้าวขึ้นในมุมตั้งฉากพื้นน่ะสิครับ
 
นกปัจจุบันกระทั่งไก่ก็ยังทำแบบนี้อยู่โดยสัญชาตญาณ ช่วยชี้ให้นักวิทยาศาสตร์เห็นว่า ช่วยชี้ว่าปีกมีขึ้นในบรรพบุรุษนกเพื่อช่วยการปีนต้นไม้ ตัวไหนปีกใหญ่ทรงพลังก็รอดจากการถูกจับกินได้ นานวันเข้าแนวโน้มการคัดเลือกธรรมชาติก็ยิ่งเน้นขนาดปีกใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนสุดท้ายพวกมันสามารถร่อนถลาและบินได้ในที่สุด
 
อย่าคิดว่าเราย้อนมองพฤติกรรมสัตว์โบราณไม่ได้เช่นเดียวกับที่เรารู้วิถีชีวิตชาวโรมันจากใต้เถ้าภูเขาไฟวิซูเวียส ฟอสซิลไดโนเสาร์หลายชิ้นก็เก็บภาพวินาทีสุดท้ายของชีวิตได้อย่างตรึงตราเช่นกัน
 
 
นิทราตลอดกาล
ไดโนเสาร์ เหม่ยหลง จากเมื่อจีนนี่ไงครับ ถูกขุดพบอยู่ท่าซุกขนเพื่อความอบอุ่นเหมือนนกเลย
 
Oviraptor พบในมองโกเลีย ท่ากกไข่แบบนี้คุ้นไหมเอ่ย?
 
หลักฐานอื่นๆจากสัตว์ตระกูลเดียวกับ Raptor ที่มีรูปแบบขนซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆตามทางเดินเวลายังช่วยยืนยันข้อสันนิษฐาน นก-ไดโนเสาร์ ได้อีกด้วย
 
 
Dilong-ขนแบบหยาบๆ
 
 
protarchaeopteryx-มีก้านแบ่งกลางจนสมมาตร แต่ยังผิดหลักอากาศพลศาสตร์
 
 
 caudipteryx-รูปทรงตามหลักอากาศพลศาสตร์มากขึ้น
 
Microraptor-เหินฟ้าได้แล้ว
 
ทั้งหมดนี่ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นสายตรงกันมานะครับ แต่ทั้งหมดต่างก็เป็นญาติที่ร่วมเหง้าและมีคุณสมบัติที่แสดงถึงความเปลี่ยนแปลงทางวิฒนาการจากไดโนเสาร์เดินดินสู่นกในท้ายสุด
 
ไม่ใช่แค่ลักษณะภายนอกอย่างปีกและขนเท่านั้นนะครับ วิวัฒนาการยังทิ้งหลักฐานความขี้เกียจ ชอบปรับปรุงจากสิ่งเดิมที่มีอยู่แล้วโดยไม่ค่อยประดิษฐ์คิดค้นอะไรไว้ในร่างกายนกด้วย โดยเมื่อเร็วๆนี้นักวิทยาศาสตร์เพิ่งพบว่าไดโนเสาร์ Therapod หลายพันธุ์ก็มี ถุงลมกับกระดูกแบบโพรง ช่วยในการวิ่งหนีศัตรู,ล่าเหยื่อเช่นกัน
 
ตำแหน่งถุงลมในไดโนเสาร์เมื่อเทียบกับนก
 
ความสามารถการบินเพิ่มพูนทีละนิดคู่ไปกับรูปทรงที่ถูกกล่อมเกลาด้วยวิวัฒนาการ จากความสามารถการกระพือ สู่ขนนกแบบง่าย ขนนกเพื่อการร่อนจากต้นไม้ถึงต้นไม้ จนจบที่การโผทะยานขึ้นสู่ฟ้า
 
จะเห็นได้ว่าแทนที่จะเน้นขนาดตัวมหึมาหรือเขี้ยวคมกริบ เหล่าบรรพบุรุษนกเก็บหอมรอมริบข้อได้เปรียบทางชีวะเล็กๆน้อยๆอย่าง ปีก ขน จนสามารถพาตัวเองทะยานขึ้นครองท้องนภา ขณะที่ญาติสนิทอย่าง T-rex ครองพิภพได้ไม่กี่สิบล้านปีก็ถูกภัยพิบัติกวาดล้างหมดเกลี้ยง
 
ทุกวันนี้เราจึงได้ยินเสียงเพลงขับกล่อมตอนเช้า...มีนกพิราบให้ถ่ายเวลาเดินสวนจตุจักรยังไงละครับ 
 
 
ทางเดินของนกบนต้นไม้แห่งชีวิตก็ออกมาแบบนี้แล
 
ร่างอันสง่างาม ขนสวยหลากสีไม่ได้ถูกสร้างให้เราชมหรอกครับ แต่เพื่อยีนของมันผ่านการทดสอบจากธรรมชาติไปถึงลูกหลานต่างหาก
 
ฉะนั้นคราวหน้าคราวหลังใครบอกว่าไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไปหมดแล้วก็ตอบไปเลยว่าไม่จริ๊งงง ไดโนเสาร์ยังกระพือปีกท้าทายโลกที่พยายามทำลายมันหลายครั้งหลายคราอยู่จนถึงปัจจุบัน...ได้แต่หวังว่าเงื้อมมือของมนุษย์จะไม่โหดเหี้ยมกว่าธรรมชาติล่ะนะ
 
 

Comment

Comment:

Tweet

I like your block

#17 By Grace (124.120.186.201) on 2009-03-02 16:26

อ๊ากก... ติดเอนทรี่คุณหนึบหนับเลย
นอกจากเนื้อหาน่าสนใจ น่าเชื่อถือแล้ว

การเขียนก็อ่านเข้าใจง่าย แต่ก็ยังใช้คำสละสลวยในที
ยิ่งเรื่องอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะอธิบายให้ฟายอย่างผมเข้าใจได้ง่ายๆเลยนะเนี่ย

ประทับใจมากๆครับHot! Hot!

#16 By 9th TEARDROP on 2009-01-19 16:21

เป็นอีกเรื่องที่อ่านสนุกจริงๆครับ

#15 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-10-12 22:36

อ่า... ความรู้ในเชิงลึก

ขอบคุณมากเลยครับสำหรับบทความดีๆ อย่างนี้

ยังเจ๋งเหมือนเดิมเลยครับ confused smile

#14 By tspy (124.120.172.68) on 2008-10-09 23:39

ว้าววว มาอ่านสัตว์น่ารักๆอีกแล้ว

ชอบๆๆ สนุกดี อิอิbig smile big smile

#13 By ๏Chill Out๚ะ๛ on 2008-10-09 23:08

1. ^_^
2,3 แหะๆ ขอบคุณครับ กลับสู่โปรแกรมปกติเสียทีน่อ
4. บางพันธุ์อาจจะไม่ใช่นะครับ อันนี้เขายังถกเถียงกันอยู่
5. ใช่แล้ว!
6. แฮ่ น่าทาน
7. ยังไงก็น่าลองนะคุณหมอ
8. เง้ออ น่ากลัวจริงหลวงพี่ คุณแมลงสาบไม่ใช่ไดโนเสาร์ครับ แต่สมัยโน้นเขามีแมลงสาบยักษ์เหมือนกันนา
9. กระดูกขาเหมือนกันงี้ ต้องเอามาทอด
10. เพราะมันอร่อยครับ ฮี่ๆ
11. อิอิ

#12 By Repentant on 2008-10-09 23:00

หวาวHot!
ชื่อเอนทรี่นี่เดาไม่ออกเลย ว่าข้างในจะเป็นเรื่องไดโนเสาร์ซะงั้น confused smile

#11 By Bluemoon on 2008-10-09 22:56

เราก้อเป็นญาติห่างๆจากไดโนเสาร์และนกเหมือนกัน
ทำไมเราต้องมาทำร้ายทำลายกันด้วย ให้ตายสิ!!

แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..confused smile Hot!
ไดโนเสาร์กับไก่คงรสชาติคล้ายๆกันสินะ ถ้าได้นั่งไทม์แมชชีนกลับไปยุคไดโนเสาร์คงต้องลองt-rexทอดซะแล้ว จะเหมือนKFCมั้ยเอ่ยquestion
แล้วแมลงสาบ เป็นไดโนเสาร์ด้วยหรือเปล่าคับ

ดูมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่อึดมหากาฬ ขนาดเจอบาทาแตะพยายมเข้าไปแล้ว จนน้ำในตัวทะลัก แอบแกล้งตายไปพักหนึ่ง แล้วก็ดูดของเหลวเข้าไปในตัวใหม่ แล้วก็เดินยิ้มทักทายหน้าตาเฉยได้เหมือนเดิม

สมัยเป็นฆราวาส ทำปาณาติบาตกับมันไปเยอะครับ ไม่เคยใช้ดีดีทีครับ เพราะมันตายแป๊บเดียวแล้วก็ฟื้นขึ้นมาใหม่

ใช้กรดซัลฟูริก ครับ

โหดมะ

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

#8 By Dhammasarokikku on 2008-10-09 15:56

เนื้อไดโนเสาร์น่าจะเหนียวเหมือนไก่งวง รึไม่ก็คาวแบบกิ้งก่านะครับ

#7 By on 2008-10-09 15:20

ถ้าไดโนเสาร์ยังอยู่จนถึงทุกวันนี้ ตาลุงเคอร์เนลแซนเดอร์สคงได้เปลี่ยนเครื่องแบบเป็นชุดรบไดโนเสาร์ล่ะมังครับ sad smile

#6 By Zairen_Parodyme. on 2008-10-09 12:50

โอ้ ทุกววันนี้กินไดโนเสาร์ย่าง ไดโนเสาร์อบปี๊บกันอยู่รึ Hot!

#5 By iQ180 on 2008-10-09 07:26

ที่จริงแล้วไดโนเสาร์เป็นสัตว์เลือดอุ่น... sad smile

#4 By lumin on 2008-10-09 02:09

Hot! ให้หนึ่งเม็ด

รอคอย entry แบบนี้มานาน cry


เบื่อ แก้สน้ำตา

#3 By herenoi on 2008-10-09 00:45

ลองคิด เล่นๆ

ถ้าไดโนเสารยังอยู่


เราคงต้องวิ่งหนี ไก่

แทนที่เรา จะ กินมัน มันกลับไล่กินเราแทน cry

#2 By herenoi on 2008-10-09 00:43

ธรรมชาติช่างมหัศจรรย์surprised smile

#1 By S.Sasi on 2008-10-09 00:01