Evolution

 
ปลาวาฬมหึมาทุกวันนี้วิวัฒนาการมาจากสัตว์บกตัวเท่าหมาป่าเมื่อประมาณ 60 ล้านปีมาแล้วในเขตประเทศปากีสถานปัจจุบัน ซึ่งหลายปีมานี้นักวิทยาศาสตร์ก็ได้พบฟอสซิลที่แสดงถึงขั้นตอนวิวัฒนาการซึ่งละเอียดอย่างน่าทึ่ง ตั้งแต่การย้ายโพรงหายใจจากปลายจมูกไปบนหัว รูปแบบของมือและแขนที่ค่อยๆกลายสภาพเป็นครีบ ซึ่งเหล่านี้ผมจะนำมาเล่าให้ฟังนะครับ (เมื่อว่าง อ๊ากกก)
 
ล่าสุด เขาเพิ่งพบฟอสซิลเชื่อมต่อระหว่างปลาวาฬกับสัตว์บกอีกแล้ว แต่คราวนี้สิ่งพิเศษคือการได้แอบเห็นวิถีชีวิตในอดีตของสิ่งมีชีวิตพวกนี้อีกด้วย
 
Maiacetus inuus
 
เจ้าพวกนี้มีลักษณะขาและร่างกายที่แข็งแกร่งเหมาะกับการว่ายน้ำ(แม้จะไม่ดีนัก) อยู่บนบกก็ได้(แต่วิ่งไม่เก่ง) ชีวิตของพวกมันจึงอยู่ในทะเลตลอดไม่ได้เหมือนลูกหลานปลาวาฬ โดยเฉพาะกิจกรรมอย่างการออกลูกยังต้องทำบนบกอยู่ เขารุ้เช่นนี้ได้เพราะฟอสซิลที่พบเป็นตัวแม่ที่ยังประคบประหงมลูกอ่อนอยู่ในท้องน่ะสิครับ!
 
Foetus นี่แหละตัวอ่อน
 
ทารกของเจ้า Maiacetus inuus อยู่ในตำแหน่งหัวออกก่อซึ่งบอกได้ทันทีว่าพวกนี้ต้องให้กำเนิดลูกบนบกแน่ๆ เพราะถ้าให้หัวลูกออกก่อนในน้ำแล้ว กรณีที่การคลอดมีปัญหาหรือลำบากก็อาจทำให้ทารกจมน้ำตายได้ ทั้งวาฬและโลมาจึงหางออกก่อนยังไงละขอรับ
 
 เห็นเจ้านี่แล้ว ก็คิดถึงความจริงของชีวิตล่ะนะ ว่ามันเต็มไปด้วยสิ่งที่เป็นและน่าจะเป็น หากสิ่งที่เกิด ก็ยังเป็นเพียงเมล็ดพันธุ์แห่งความน่าจะเป็นในอนาคต
 
http://scienceblogs.com/laelaps/2009/02/maiacetus_the_good_mother_whal.php 
 
เรื่องน่าเซ็งอย่างหนึ่งของกรุงเทพคือถนนที่วกไปวนมา เดี๋ยวก็แคบเดี๋ยวก็กว้างไม่สม่ำเสมอ อย่างซอยเข้าบ้านผมแต่ก่อนเป็นถนนมอเตอร์ไซค์วิ่งได้สองคัน พอรถราขวักไขว่ทางการก็เริ่มขยายถนนแต่ก็ติดบ้านเรือนคนเข้า สุดท้ายเลยกว้างมานิดหน่อยให้เสียวกระจกมองข้างเล่นๆเวลาวิ่งสวนกับคนอื่น บางคนโชคไม่ดีเท่า รถครูดเป็นแถบไปเลยก็มี
 
 
ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่ เลี้ยวลด, ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน อิอิ
 
 นี่เป็นเรื่องปกติของการวางผังเมืองแบบลวกๆมาตั้งแต่ครั้ง ร1 สมัยกทมยังเป็นบางเกาะ บางมะกอก โน่นนนน ก็ต้องเข้าใจคนโบราณคงนึกไม่ถึงว่ากรุงเทพต่อไปจะเบียดเสียดขนาดไหน มาปัจจุบันค่ายคูประตูกลเลยโผล่ไปตั้งกลางถนนแทน
 
บางทีก็หมั่นไส้สถาปนิก...น่าฟ้องเรียกค่าเสียหายซะให้เข็ด
 
อาจจะสงสัยว่าผมบ่นเรื่องถนนหนทางทำไม ในเมื่อหัวข้อวันนี้คือปลาในตัวคุณตามที่ติดท่านๆไว้ตอนโน้นไม่ใช่เรอะ?
 
ก็เพื่อเปรียบว่าเรามีสภาพเหมือนกรุงเทพนั่นแหละ เนื่องจากมนุษย์ไม่ได้ถูกเสกขึ้นมาเต้นแทปแดนซ์สองขา แต่วิวัฒนาการมาจากปลาในทะเล ระบบหลายอย่างในร่างกายจึงต้องถูกปรับปรุงให้เข้ากับชีวิตบนบก ซึ่งไอ้กระบวนการขยายถนน ปูยางมะตอยอย่างขอไปทีนี่แหละที่ทำให้คนต้องทรมานกับการสะอึก ส่วนคุณผู้ชายก็ซวยด้วยโรคไส้เลื่อน
 
มนุษย์ถึงไม่แก่ แต่ร่างกายก็เก่า
 
เริ่มที่ไส้เลื่อนก่อน อันนี้ก็ขอยกบทความของท่านหมอแมวใน Yahoo มาอธิบายอาการคร่าวๆนะขอรับhttp://webboard.mthai.com/7/2006-10-08/272703.html
 
 

ในท้องของเรามีลำไส้อยู่สองส่วน ส่วนแรกคือลำไส้เล็ก เป็นลำไส้ส่วนที่ต่อกับกระเพาะอาหารขดอยู่ตรงกลางท้อง ทำหน้าที่ย่อยอาหารต่อจากกระเพาะ อีกส่วนคือลำไส้ใหญ่เป็นส่วนที่อยู่รอบๆลำไส้เล็ก  ทำหน้าที่เก็บอุจจาระและปล่อยออกไปลำไส้พวกนี้จะมีเนื้อเยื่อบางๆเหมือนกระดาษที่ขึงลำไส้ให้อยู่เป็นที่เป็นทางที่ทางหน้าท้องจะมีเนื้อเยื่อบุผนังและกล้ามเนื้อบังลำไส้ไว้อีกทีจากองค์ประกอบดังกล่าวจึงทำให้ลำไส้มีที่อยู่ประจำของมันอยู่ในช่องท้องหากวันใดที่ลำไส้มีเหตุให้มันเปลี่ยนไปอยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่เราก็จะเรียกมันว่า "ไส้เลื่อน"

ทำไมถึงเลื่อน
ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดไส้เลื่อนก็คือ ''ผนังหน้าท้อง''ขาดความแข็งแรง โดยสาเหตุต่างๆกันไป
1)ผิดปกติตั้งแต่เกิดบางคนมีช่องทางระหว่างช่องท้องกับลูกอัณฑะ(ซึ่งคนปกติจะปิดสนิท)บางคนขาดกล้ามเนื้อหน้าท้องบางตัวหรือมีความอ่อนแอของผนังหน้าท้องตั้งแต่เกิด ทั้งนี้แม้แต่จะเป็นแต่เกิดแต่อาจจะมาก่อเรื่องเมื่ออายุมากแล้วก็ได้
2)การเสื่อมลงตามอายุ พบในผู้สูงอายุ ซึ่งกล้ามเนื้อผนังหน้าท้องอ่อนกำลังลง
3)อุบัติเหตุที่หน้าท้อง ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแอลงหรือเกิดความเสียหายต่อผนังหน้าท้อง

 
สาเหตุที่ผนังหน้าท้องมนุษย์มีจุดอ่อนก็เพราะวิวัฒนาการของระบบสืบพันธุ์หรืออัณฑะ "Balls" หรือ "ลูกตุ้งติ้ง"นี่เองครับ ในปลาอย่างฉลามนั้นอัณฑะจะอยู่เหนือหัวใจใกล้ๆกับตับแล้วเดินท่อขนานกับร่างกายไปจนถึงทางออก ทั้งนี้ก็เพื่อให้โรงงานผลิตสเปิร์มอยู่ในร่างกาย ปลอดภัยจากภยันตรายข้างนอกหรือคมมีดภรรยาขี้หึง
 
ภาพประกอบจาก Scientific American ถุงเหลืองๆด้านบนนี่ละครับคือ Gonad หรืออัณฑะในชาย
 
แต่พอคุณปลาคลานขึ้นบกผ่านเวลาหลายร้อนล้านปีจนเดินสองขา แถมยังเป็นสัตว์เลือดอุ่นอีก การมีอัณฑะอยู่ภายในจึงไม่เอื้อต่อสเปิร์มที่ต้องการอากาศชิลๆกว่าภายในร่างกาย แม้อุณหภูมิสูงกว่านิดหน่อยจะไม่ถึงขั้นเป็นหมัน แต่การศึกษาระบุว่าคนใส่กางเกงฟิตจะมีสเปิร์มคุณภาพต่ำกว่าคนใส่กางเกงโปร่งๆ ฉะนั้นเราควรเลิกใส่กางเกงในกันได้แล้ว 555 
 
ธรรมชาติจึงต้องปรับตามอดีตของปลาและปัจจุบันของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แต่จะเสกให้อัณฑะย้ายจากในร่างกายไปอยู่ข้างนอกเลยก็ไม่ได้ วิธีแก้ปัญหาแบบขอไปทีของวิวัฒนาการนี่แหละครับคือต้นตอของไส้เลื่อนล่ะ เราจะใช้ Evo-devo หรือวิทยาศาสตร์สายที่ศึกษาเส้นทางวิวัฒนาการของสัตว์ผ่านการพัฒนาตัวอ่อนนะขอรับ
 
ถ้าดูตัวอ่อนมนุษย์อายุหนึ่งเดือน(ภาพด้านบนข้างล่างคุณฉลาม)จะเห็นว่าหัวใจกับอัณฑะเริ่มจากจุดเหมือนๆกับปลาคืออยู่ในระดับเดียวกันใกล้เคียงกับตับ(หัวใจมนุษย์จะอยู่เหนืออัณฑะต่างจากฉลาม มองดีๆจะเห็นว่าสายอัณฑะต้องตัดผ่านร่างมาลูปหนึ่งแล้ว) แต่พอทารกอายุ 7 เดือนอัณฑะก็ค่อยๆเริ่มตกลงมาข้างล่างจนกระทั่งอยู่ในตำแหน่งห้อยต่องแต่งในเดือนที่ 9
 
ปัญหาคือทางที่อัณฑะต้องอ้อมลงมานั้นยาวมากจนช่องท้องต้องตัดถนนเปิดทางให้ลูปของสายอัณฑะวิ่งผ่านเป็นสองทบตลบไปมา สุดท้ายจึงเกิดเป็นจุดอ่อนภายในผนังหน้าท้องให้วันดีคืนดีเกิดอาการไส้เลื่อนได้ 
 
ฉะนั้นคุณผู้ชายที่ทรมานจากอาการนี้อยู่ก็สามารถโทษบรรพบุรุษได้เลยนะครับ ขอให้ย้อนไปไกลๆจนถึงท่านที่เป้นปลาในทะเลยุคเดโวเนี่ยนละกัน
 
ปู่ผิดอะไร?
 
ดีที่ร่างกายมนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมา ไม่งั้นสถาปนิกคงโดนฟ้องหลายแสนอยู่ อย่างแรกคือคิดได้ไง๊เอาท่อน้ำทิ้งไปตั้งไว้ที่เดียวกับสถานเริงรมย์!?!
 
เรื่องต่อไปคือการสะอึก
 
เกิดเป็นมนุษย์ช่างยากลำบาก กินเร็วไปก็สะอึก นั่งอยู่ดีๆก็สะอึก บางคนโชคร้ายหน่อยสะอึกไปตลอดชีวิตเลยก็มี
 
สาเหตุการสะอึกมาจากรากเหง้าของเราในน้ำนี่แหละครับ มนุษย์ยังใช้เส้นประสาทในการหายใจชุดเดียวกับปลา แต่ในขณะที่ปลาเดินสายไฟควบคุมจากคอนิดเดียวก็ถึงเหงือก ร่างกายเราต้องลากสายยาวนี้ลงมาความยาวตัวจนแตะกระบังลมข้างล่างปอดโน่น ซึ่งก็ทำให้มันเสี่ยงต่อการถูกกระตุ้นหรือทำให้รำคาญได้ง่าย ผลคืออาการสะอึกอึ๊กๆนั่นเอง
 

 การทำงานของกล้ามเนื้อระหว่างที่เราสะอึกยังไปเหมือนการหายใจของลูกอ๊อดด้วยนะครับ สำหรับสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำจังหวะสะอึกเป็นวิธีหายใจแบบไม่ให้น้ำท่วมปอด พอคนสำลักหรือเส้นประสาทถูกรบกวนปุ๊บโปรแกรมเดิมๆก็เริ่มทำงาน แต่แทนที่จะช่วยกลับกลายเป็นมรดกจากสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำอันน่ารำคาญไปซะงั้น เข้าทำนอง Firmware อัพเดทแบบมีบั๊กนั่นเอง
 
จริงๆเดินเส้นประสาทจากกระดูกสันหลังจะสะดวกกว่ามาก แต่ท่าทางบรรพบุรุษเขาอยากให้เรานึกถึงอดีตใต้มหาสมุทรและแม่น้ำบ้างจะได้เฉลียวใจรักษาบ้านเก่าแก่เอาไว้
 
เป็นยังไงบ้างเอ่ย ร่างกายมนุษย์เต็มไปด้วยระบบพัฒนาแบบขอไปทีเหมือนกรุงเทพหรือ Windows Vista อย่างไงอย่างนั้น เมื่อเอาผังร่างกายแบบเดียวกับปลามาจัดเรียงใหม่ด้วยยีนซึ่งใช้กันมาตั้งแต่สมัยเป็นหนอน แปะระบบสืบพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมแล้วบิดร่างขนานพื้นให้ตั้งฉาก เดินเส้นประสาทให้พูดคิด กินเหล้าแล้วเราก็ได้สูตรสำเร็จของสิ่งมีชีวิตที่ระบบภายในพร้อมจะพังได้ทุกเมื่อ
 
นี่แหละคือราคาของประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการ แต่มันก็ทำให้ใกล้ชิดกลับปลาในตัวเรามากขึ้น เพื่อที่จะเห็นปลาในตัวคนอื่นและสรรพสัตว์ทั้งหลายบนโลก
 
 
"Man still bears in his bodily frame the indelible stamp of his lowly origin"
Charles Darwin, The Descent of Man
 
เรียบเรียงจากThis Old Body, Neil Shubin, Published in Jan issue of Scientific American