Monster

 
หนูเควี่เป็นสัตว์น่ารักน่าเอ็นดูอีกชนิดหนึ่งที่หลายๆคนชอบเพราะความขนฟู หน้าตาหน่อมแน้มของมัน แต่ถ้าอยากได้หนูสุดยอดเควี่ละก็ท่านต้องนั่งไทม์แมชชีนไปเมื่อสี่ล้านปีที่แล้วในอเมริกาใต้ขอรับ เลี้ยงไม่ต้องใช้กรงเพราะเจ้าตัวนี้ต้องยัดคอกอย่างเดียว
 
ใหญ่เท่าวัว หนักเท่ารถ! นับว่าเป็นหนูขนาดใหญ๋สุดในประวัติศาสตร์โลก
 
Josephoartigasia monesi ถูกค้นพบแต่เพียงกะโหลกตั้งแต่ปี 2007 ท่ามกลางระบบนิเวศน์ที่มีนักล่าดุๆอย่างนกยักษ์กินเนื้อกับเสือเขี้ยวดาบ ฟันหน้ามันไม่ค่อยแข็งแรงนักผู้ค้นพบเลยเชื่อว่าเจ้าพวกนี้คงกินแต่ผักผลไม้เป็นหลักตามธรรมเนียมเจพลางอาศัยขนาดมหึมาเอาชีวิตรอด แต่สุดท้ายเมื่อทวีปอเมริกาเหนือเคลื่อนรวมกับอเมริกาใต้เมื่อ 3 ล้านปีก่อน ทั้งหมีและเสือดุๆจากภาคเหนือก็ขยายพื้นที่การล่าลงมาจนเจ้าหนูยักษ์รับไม่ไหว สุดท้ายต้องตายสูญพันธุ์ไปอย่างน่าเศร้า
 
ตัวขนาดนี้ ถ้ายังมีชีวิตอยู่มันต้องมีคนซื้อมาเลี้ยงบ้างละน่า!
 
SRC: http://discovermagazine.com/2009/jan/079 The largest fossil rodent

Andrés Rinderknecht1 & R. Ernesto Blanco2, *
 
Epidexipteryx hui เป็นไดโนเสาร์ญาติแรพเตอร์ที่ถูกพบในจีนเมื่อปี 2008 ในชั้นหินอายุประมาณ 152-168 ล้านปีในสภาพที่สมบูรณ์มาก ตัวมันมีขนาดประมาณ 20 เซนติเมตรและปกคลุมด้วยขนคล้ายนก ซึ่งก็ไม่แปลกเท่าไหร่เพราะทุกวันนี้เรารู้แล้วว่าแรพเตอร์กับนกปัจจุบันเป็นญาติกันทางวิวัฒนาการ
 
เห็นกระทั่งเงาประทับของขนตามตัว(ซึ่งก็มีโครงสร้างกึ่งกลางระหว่างไดโนเสาร์บินได้กับไม่ได้ด้วยนะครับ) หางหลังของมันก็มีลักษณะ"พิเศษ"ซึ่งจะได้เห็นกันในภาพล่าง
 
เจ้า Epidexipteryx hui บินไม่ได้ แต่ที่พิเศษคือมันช่วยให้เราเข้าใจบทบาทของขนนกก่อนจะกลายมาเป็นส่วนประกอบสำคัญต่อการบินได้มากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับหลายๆคนที่งงว่าขนนกถ้าไม่เริ่มจากมีสภาพสมบูรณ์พร้อมบินเลยจะวิวัฒนาการขึ้นมาทำไม
 
 สีงิ้วนี่ตามจินตนาการศิลปินขอรับ แต่ในเมื่อญิติๆของมันอย่างนกปัจจุบันมีสีฉูดฉาดเพื่อการเลือกคู่ได้ เราจึงค่อนข้างมั่นใจว่าไดโนเสาร์ก็คงมีสีสันใช่เล่นเหมือนกัน
 
แฉกที่โผล่ตรงหางนี่คล้ายชุดสาวอัลคาซ่าเหมือนกันนะ อิอิ
 

 
 นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่าขนวิวัฒนาการขึ้นในไดโนเสาร์เพื่อให้ความอบอุ่นกับร่างกายก่อนจะค่อยๆพัฒนารูปแบบให้เหมาะกับการบินตามหลักอากาศพลศาสตร์ แต่ขนแฉกของไดโนเสาร์อัลคาซ่ายังช่วยให้เราทราบถึงประโยชน์ใช้งานของมันอีกอย่าง นั่นคือใช้ดึงดูดคู่ผสมพันธ์นั่นเอง
 
นกปัจจุบันอย่าง Widowbird ก็ใช้ขนหางในการโฆษณาตัวเองเช่นกัน เข้าทำนองยาวใหญ่ได้เปรียบเพราะทำให้เพศตรงข้ามเชื่อว่าหมอนี่แข็งแรง หาอาหารได้มากจึงมีขนที่สมบูรณ์แข็งแรง ซึ่งจะคิดว่าเกิดจากความรักอยากให้ลูกได้ดีในสัตว์ หรือเป็นเพราะยีนเห็นแก่ตัวต้องการเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตก็แล้วแต่คนมองขอรับ
 
มีหางยาวเฟื้อยก็ใช่ว่าดีเสมอไปนะ เวลาบินก็เจอลมลากกลายเป็นเหยื่อผู้ล่าได้ง่าย แต่พ่อบุญทุ่มเสียอย่างก็ต้องยอมเสี่ยง นอกจากช่วยแสดงให้เห็นพัฒนาการของขนว่าถูกใช้ทำหน้าที่อื่นก่อนจะกลายมาเป็นอุปกรณช่วยบินแล้ว Epidexipteryx hui จึงเป็นตัวช่วยบ่งบอกว่า วิวัฒนาการนอกจากจะถูกคัดเลือกด้วยธรรมชาติ Sexual selection หรือความเห็นของว่าที่ศรีภรรยาก็มีผลต่อเส้นทางสิ่งมีชีวิตมาตั้งแต่ยุคโบราณกาล
 
ขนาดไดโนเสาร์ยังกลัวเมียไม่รัก...แล้วคนล่ะจะเหลืออะไร๊
 
 
Zhang et al, A bizarre Jurassic maniraptoran from China with elongate ribbon-like feathers,Nature 23 October 2008 doi:10.1038/nature07447