Religion

War on Christmas?

posted on 15 Dec 2008 22:55 by repentant in Rant, Religion
 
ทุกปลายปีสงครามวัฒนธรรมในสหรัฐจะต้องระอุขึ้นด้วยคำว่า "War on Christmas" หรือ"สงครามกับคริสต์มาส"โดยกลุ่มอนุรักษ์นิยมจะต้องออกมากล่าวหาว่าพวกหัวก้าวหน้า เสรีนิยมในประเทศกำลังทำลายวัฒนธรรมด้วยการเปลี่ยนเทศกาลคริสต์มาสจากพิธีทางศาสนาให้กลายเป็นวันหยุดที่ไม่มีความหมาย
 
หัวเอียงขวาชอบบ่นว่าแทนที่จะพูด "Merry Christmas" เพื่อเป็นการระลึกถึงวันเกิดของพระเยซู บุตรแห่งพระเจ้าผู้มาล้างบาปให้โลก ห้างร้านและหน่วยงานราชการจะใช้คำว่า "Happy Holidays!!" หรือ "สุขสันต์วันหยุด!!"แทน ซึ่งเสรีนิยมก็จะตอบว่า ในเมื่อรัฐบาลสหรัฐถือวันคริสต์มาสเป็นวันหยุดราชการและรัฐธรรมนูญสหรัฐก็ถูกกำหนดไว้ในว่าห้ามสนับสนุนศาสนาใดเป็นพิเศษ นั่นเท่ากับว่ายอมรับวันคริสต์มาสเป็นวันหยุดธรรมดาๆที่คนทุกศาสนาหรือคนไม่มีศาสนาก็สามารถสนุกได้นั่นเอง
 
ซึ่งคนเคร่งศาสนาก็โกรธจมูกแดงเป็นซานต้า ฟังแล้วท่านผู้อ่านอาจหัวเราะเยาะ แต่ถ้าเอาใจเขาใส่ใจเราเสียหน่อยหากเมืองไทยเรียกวันหยดทางศาสนาพุทธเป็นวันหยุดเฉยๆบ้าง คนไทยโดยเฉพาะคุณระเบียบรัตน์ก็คงโวยวายใช่น้อย
 
เรื่องนี้ถ้าตีความลึกลงมานิด มองเสรีภาพทางศาสนาในกฏหมายบ้านเราให้เหมือนสหรัฐอเมริกา (ถึงบ้านเราจะมีเสรีภาพ"ทาง"ศาสนา แต่ยังไม่มีเสรีภาพ"จาก"ศาสนาก็เถอะ) คงต้องบอกว่าวันวิสาขะ มาฆะ อาสาฬหะ ไม่ใช่วันหยุดทางศาสนาแล้วเช่นกัน เพราะพี่น้องลัทธิความเชื่ออื่นเขาก็หยุดกับเราด้วย โรงเรียนคาทอลิกสมัยประถมผมยังหยุดเลย! ปุ๊ดโธ่
 
ความจริงแล้วถ้าชาวคริสต์เคร่งๆที่โกรธกับเรื่อง "Happy Holidays" ลองคิดดูดีๆ วันที่ 25 ธันวาแต่เดิมก็เป็นงานฉลองของพวกเพแกนเขา ถ้าเกิดโดนเจ้าของเก่ามาฟ้องค่าลิขสิทธิ์บ้างก็คงทำหน้าไม่ถูกเหมือนกัน นี่ไม่ต้องพูดถึงว่าบันทึกยิวหรือโรมันเองไม่มีเขียนเกี่ยวกับ Massacre of the innocents ทั้งๆที่เรื่องโหดร้ายอื่นๆของกษัตริย์เฮรอดถูกบันทึกซะละเอียดยิบ ปัจจุบันนักศึกษาไบเบิลสมัยใหม่คิดว่าตำนานกำเนิดพระเยซู การหนีจากคืนฆ่าโหดมาได้เฉียดฉิวนั้นจริงๆก็ลอกมาจากกำเนิดโมเสสนั่นแหละ...อืมม น่าเก็บไว้เขียนบล็อกนะ
 
 เรื่องวันที่ 25 ธันวาเป็นวันเกิดพระเยซูนั้นก็เพิ่งมาเชื่อกันสมัยหลัง เพราะชาวคริสต์ยุคแรกๆจะฉลองกันวันที่ 6 มกราคม 21เมษายน ไม่ก็ 1พฤษภาคม แสดงให้เห็นว่าคนสมัยก่อนยังไม่รู้เลยว่าพระเยซูประสูติวันไหนกันแน่ ยิ่งคนสมัยใหม่ที่พยายามย้อนตำแหน่งดาวเหนือเบ็ธเลเฮมให้ตรงกับในพระคัมภีร์ยิ่งมั่วนิ่มใหญ่ เพราะพระเยซูไม่ได้ประสูติวันนั้น
 
ขอแกล้งท่าน Shuu นิดหนึ่งที่บอกว่าอย่างน้อยก็อย่าลืมว่าวันเกิดใคร วันที่ 25 ธันวาก่อนยุคคริสตกาลเป็นวันประสูติเทพอย่างน้อยถึงสี่องค์ด้วยกันครับ! นั่นคือ Attis ของชาวโรมัน Dionysusของชาวกรีก (องค์นี้ถูกฆ่าสังเวยและฟื้นชีวิตขึ้นใหม่ ผู้นับถือมีพิธีกรรมดื่มไวน์แทน"เลือด"เพื่อบูชา) Osiris ของชาวอียิปต์(บุตรเทพ สละชีวิตเพื่อส่วนรวม ฟื้นชีวิตขึ้นใหม่ แถมมีสามปราชญ์มาเป็นพยานการประสูติอีกต่างหาก) Mithra ของชาวเปอร์เซีย เราจะระลึกถึงเทพองค์ไหนกันดีล่ะ เมื่อลองบวกลักษณะเทพในนี้ดูแล้วมันคลับคล้ายคลับคลากับใครรึเปล่าน้าาาา? หืมมมมม :p

ซ้ำร้ายวันพุธ วันพฤหัส ชื่อภาษาอังกฤษ Wednesday กับ Thursday ก็มาจากชื่อเทพ Woden หรือโอดิน กับ Thor หรือธอร์ของชาวนอร์ส ทีงี้ไม่เห็นมีใครบ่นว่าเป็นวันบูชาเทพนิ? สังคมมนุษย์ก็ทับซ้อนด้วยสัญลักษณ์ที่ส่งทอดมาจากอดีตกาล กลายพันธุ์ไปตามสังคมแลวัฒนธรรม สุดท้ายขึ้นกับว่าคนจะหยิบส่วนไหนมาเป็นสลักสำคัญในชีวิต
 
ความหมายทางศาสนาจะสำคัญก็ต่อเมื่อมีคนเชื่อ ก็ไม่รู้อนุรักษ์นิยมจะบ่นเรื่อง War on Christmas กันได้ยังไงโดยลิ้นไม่จุกปากตัวเอง
 
อีกอย่าง...เด็กๆเขาเชื่อในซานต้า ก็ไม่ต่างจากเชื่อพระเจ้ามากนักหรอกเน้อ เพราะทั้งคู่ก็รู้ว่าคุณเข้าห้องน้ำแล้วชักโครกไหมเหมือนกันนั่นแล
 
 
 Happy Holidays!

If this is wrong

posted on 04 Dec 2008 21:58 by repentant in Religion
    
See more Jack Black videos at Funny or Die
 
ไม่ทราบจะโหลดจากไทยช้าไหม แต่นี่เป็นอีกวิดีโอที่เขาเข็นออกมาประท้วงกลุ่มศาสนาในแคิฟอเนียร์ที่ทุ่มเงินหลายร้อนล้านบาทเพื่อกีดกันเสรีภาพการแต่งงานของชาวเกย์
 
มี Jack Black เล่นเป็นพระเยซูด้วย!
 
ผมไม่เห็นว่านอกจากข้ออ้างทางศาสนาแล้วจะมีอะไรที่ขัดขวางให้เกย์แต่งงานกันไม่ได้นะ การรักร่วมเพศนี่จริงก็มีพื้นทางวิวัฒนาการอยู่เหมือนกัน(ฮ่าๆ ติดเรื่องต้องเล่าอีกแล้ว) แต่ถึงทั้งมอร์มอน แคทอลิก โปรแตสแตนท์จะอ้างว่าพระเจ้าเกลียดเกย์โดยอ้างไบเบิลบท
 
เลเวนิติ 20:13
ถ้าชายคนใดคนหนึ่งหลับนอนกับผู้ชายด้วยกันเหมือนอย่างที่เขาหลับนอนกับ ผู้หญิง ทั้งสองคนก็ได้กระทำสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียน ทั้งสองคนนั้นจะต้องถูกประหารให้ตายอย่างแน่นอน ให้โลหิตของผู้นั้นตกอยู่บนผู้นั้นเอง
 
แล้วก็บอกว่าเรารักพวกเกย์นะเลยต้องช่วยจากไฟนรกบลาๆ แต่ถ้าถอยไปอ่านเลเวนิติบทก่อนหน้านั้นนิดหนึ่ง พระเจ้ายังแบนอะไรอuกตั้งเยอะตั้งแยะ
 
11:10 แต่ทุกอย่างในทะเลและในแม่น้ำ ทุกอย่างที่เคลื่อนไหวในน้ำ และสิ่งมีชีวิตใดๆซึ่งอยู่ในน้ำ ไม่มีครีบและเกล็ด สัตว์เหล่านี้เป็นสิ่งที่พึงรังเกียจแก่เจ้า
11:11 สัตว์เหล่านี้ยังคงเป็นสิ่งที่พึงรังเกียจแก่เจ้า เจ้าอย่ารับประทานเนื้อของมัน แต่ให้เจ้าถือว่าซากของมันเป็นที่พึงรังเกียจ
11:12 อะไรก็ตามที่อยู่ในน้ำไม่มีครีบและเกล็ด เป็นสิ่งที่พึงรังเกียจแก่เจ้า
 
พระเจ้าไม่ชอบกุ้งเผา!!(เพราะไม่มีทั้งครีบและเกล็ด) แต่ผมไม่เห็นจะมีแคมเปญออกมาแบนกุ้งเลยนี่หว่า? จริงๆกระต่าย หมู นกอีกร้อยแปดพันเก้าก็กินไม่ได้นะ
 
ซึ่งตรงนี้เขาก็ตอบว่า "โอ พระเยซูได้มายกเลิกกฏหมายยิวบางประการแล้ว" เอ้อ ง่ายดี แต่ไหงเรื่องเกลียดพวกรักร่วมเพศที่อยู่เล่มเดียวกันแท้ๆไม่เห็นยกเลิก? หรือเพราะกุ้งอร่อยกว่าเกย์ก็เลย"เลือก"ยกเลิกตามใจฉัน? แล้วทำไมพระเจ้าถึงออกกฏให้มันสมบูรณ์ไปเลยทีเดียวไม่ได้ ต้องมีพระราชบัญญัติ Amendment มาแก้เป็นพักๆให้พระคัมภีร์"สมบูรณ์"ขึ้น?
 
แก้บ่อยๆอย่างนี้มันไม่ใช่ Kingdom of God แล้วเน้อ มัน Kingdom of Thailand!
 
อเมริกาหรือประเทศคนขาวก็เคยมีกฏหมายห้ามคนต่างสีผิวแต่งงานกันเพราะอ้างไบเบิลนี่แหละ(บุตรแห่งแฮมนี่ก็สนุก ติดเรื่องเล่าอีกแล้ว) แต่ทุกวันนี้ผมก็เห็นคู่รักต่างเชื้อชาติเดินจับมือ จูบกันมีความสุขดีเหมือนโฆษณา Benetton
 
 
 
E.O. Wilson Sociobiologist นามเอกอุบอกไว้ว่ามนุษยชาติไม่มีใครเกิดมาเป็นผ้าขาวบริสุทธิ์หรอกครับ ทุกคนต่างมีลักษณะที่กำหนดมาแต่ต้นอยู่แล้วด้วยประวัติศาสตร์ทางสังคมและรหัสพันธุกรรมแห่งวิวัฒนาการ ค่านิยมล้าหลังแต่อาจเหมาะสมกับช่วงเวลาป่าเถื่อนกว่าปัจจุบันเป็นมรดกที่เราต้องเรียนรู้แลหลุดพ้นให้ได้(ไทยพุทธเองสมัยอยุธยาก็ห้ามแต่งกับคนนอกศาสนานะครับ) แต่เราจะก้าวข้ามอดีตได้ยังไงในเมื่อมันถูกคำว่า"ศักดิ์สิทธิ์"ยกไว้เหนือหัว แตะไม่ได้ สงสัยไม่ได้ ถามตาย
 
ทำไมคนเราถึงไม่เงยหน้าจากคัมภีร์แล้วมองหน้าเพื่อนร่วมโลกอื่นๆบ้างนะ แล้วจะรู้ว่ามีอะไรวิเศษและน่ามหัศจรรย์กว่ากฏบัญญัติเยอะแยะเลย
 
ถ้านี่ไม่ผิด
 
นี่ก็ไม่ควรผิดเหมือนกัน
 
ขอไว้อย่างเดียวว่าในบัตรประชาชนอย่าเปลี่ยนเป็นนางสาวเลยครับ ผมกลัวชาร์จผิดคน!!