Science

 

1. Augcog (Augmented Cognition)

คุณเคยเห็นจาก: The Matrix

 จำฉากจากภาคแรกที่ทรินิตี้กับนีโอไปช่วยมอร์เฟียสได้ไหมครับ พอทั้งสองหนีขึ้นมาบนดาดฟ้าแล้วเจอเฮลิคอปเตอร์ปุ๊บ ทรินิตี้ก็ติดต่อกับแทงค์ในยานเนบูคัดเนซซาให้โหลดวิธีขับคอปเตอร์เข้าสมองเธอผ่าน The Matrix ชั่วพริบตาสายข้อมูลสีเขียวก็วิ่งผ่านตาทรินิตี้แล้วเธอก็ขับฮิวอี้ได้ทันที

ของจริง: Augcog โดย DARPA (Defense Advanced Research Projects Agency)

 Augcog โครงการราคา 70 ล้านเหรียญสหรัฐเกิดจากความพยายามของกองทัพสหรัฐที่พบปัญหาว่าทุกวันนี้ทหาร และนักบินรบได้ข้อมูลจากระบบสื่อสารมากเกินกว่าโสตประสาททั่วๆไปอย่างตาหรือหูจะประมวลผลทัน พวกเขาจึงหาทางออกโดยใช้ระบบปัญญาประดิษฐิ์อ่านสัญญาณคลื่นสมองของผู้ใช้ระบบ ถ้าหากสมองส่วนรับภาพเริ่มทำงานหนักเกินไป ข้อมูลชุดต่อไปอาจมาในรูปแบบตัวอักษร หรือเสียงแทน โครงการ Augcog ยังถูก NASA ดัดแปลงไปใช้ในโครงการ Neurotechnology for Intelligence Analysts เพื่อช่วยในการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม หลักง่ายๆคือสมองมนุษย์ทั่วไปจะยิงสัญญาณออกมาประมาณ 250 ถึง 400 มิลิวินาทีหลังจากเห็นเป้าหมาย(ฐานจรวด เครื่องบิน เมกาตรอน) ซึ่งเวลาชั่ววูบนี้บางทีสามัญสำนึกเราจะมองข้ามไปเฉยๆ Augcog จะจับการทำงานของสมองตรงนี้เพื่อช่วยเลือกพื้นที่เป้าหมาย

 ขั้นต่อไปของ Augcog ไม่ใช่การสร้างระบบที่สมองต่อสมองผู้ใช้เท่านั้นนะครับ แต่เป็นการป้อนข้อมูลเข้าสู่สมองโดยตรงผ่านตัวรับสัญญาณที่ฝังไว้ในสมองหรือเส้นประสาทเลย

 2. Microwave weapon

  คุณเคยเห็นจาก: หนังอวกาศทั้งหลาย

ปิ้วๆๆๆ

ของจริง: Active Denial system โดย Raytheon

 

อาวุธพลังงานในชีวิตจริงต่างจากที่เห็นในหนังนิดหน่อย เพราะในขณะทีหนังต้องแต่งสี ใส่เสียงเข้าไป อาวุธพลังงานของจริง ไม่ว่าจะเลเซอร์หรือไมโครเวฟต่างไร้สีทั้งนั้น เสียงยังแทบไม่ค่อยจะมี เจ้า ADS นี่จะยิงคลื่นไมโครเวฟออกไปยังเป้าหมายห่างออกไปเกือบกิโล ซึ่งก็จะทำให้น้ำใต้ชั้นผิวหนังเดือดเหมือนเวลาต้มมาม่า สร้างความเจ็บปวดมหาศาลจนสัญชาตญาณจะถีบตัวไล่เราออกจากบริเวณให้ไกลที่สุด ทันทีที่ออกจากคลื่นความเจ็บก้จะหายไปทันที ไม่มีบาดแผลหรือรอยไหม้ (ยกเว้นผู้ควบคุมจะปรับให้มันต้มสมองคุณล่ะนะ)

นอกจากไมโครเวฟแล้ว เลเซอร์ติดโบอิ้งก็มีนะครับ

  3. Symbiotic flight suit

คุณเคยเห็นจาก: Evangelion


อืมมม ไอ้ชุดอย่างนี้แหละ อืมมม

ขุดในอีวานเกเลียน นอกจากจะเซกซี่แล้วยังบอกสถานะของหุ่นได้ด้วย ถ้าอีวาโดนจับขา นักบินก็จะร้องอ๊ากๆๆทันที

 ของจริง: Symbiotic Flight suit

 ก็ใช้หลักคล้ายๆกันนั่นแหละครับ แต่สาเหตุที่เขาใช้ระบบแบบนี้ก็เนื่องมาจากว่านักบินรบปัจจุบันได้ข้อมูลมากเกินไปนั่นเอง ฉะนั้นแทนที่จะบอกว่า "เฮ้ย โครงสร้างปีกขวาโดนแรงบีบอยู่นะ" ผ่านเสียงหรือภาพบนจอ ชุดนักบินตรงแขนขวาก็จะรู้สึกว่าถูกบีบแทน

นอกจากชุดแบบอีวาแล้ว หมวกนักบินรบรุ่นใหม่ยังช่วยให้นักบินมองผ่านตัวเครื่องได้โดยใช้เซนเซอร์ที่ติดอยู่ภายนอก ให้ความรู้สึกเหมือนว่านั่งอยู่บนฟ้าเลยทีเดียวเชียว!


ก็คงไม่สร้างความรุ้สึกเฉิ่มเบ๊อะแบบเครื่องบินล่องหนของแม่สาวน้อยมหัศจรรย์หรอกนะ

 4. Rail Guns

คุณเคยเห็นจาก: Eraser

 

 พ่ออาร์โนลด์คนเหล็ก ใช้ปืนซึ่งอาศัยสนามแม่เหล็กไฟฟ้าผลักกระสุนออกจากกระบอกด้วยความเร็วสูงจนคนกระเด็นทะลุฝาบ้าน

  ของจริง: U.S. Navy Rail gun

   คิดว่ายิงคนทะลุฝาบ้านเท่ห์นักใช่ไหม?

ความเร็วออกจากลำกล้องประมาณ 7 เท่าของเสียง อย่าเพิ่งห่วงว่าจะมีผู้ว่าคนเหล็กมาไล่ฆ่าคุณถึงบ้าน เพราะเจ้านี่ติดได้แค่บนเรือเท่านั้น ซึ่งตอนนี้เขายังแก้ปัญหาความสึกหรอที่เกิดกับลำกล้องไม่ได้เลย

 5. Combat Drones

คุณเคยเห็นจาก: Metal gear solid, Eagle eye, บลาๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

 ของจริง: โอ้ มากเกินบรรยาย Reaper, MULE, Global Hawk, Talon, Packbot


M.U.L.E. ของ Lockheed Martin ข้ามสิ่งกีดขวาง วิ่งสหาจุดหมายได้ด้วยตัวเอง

 


MQ-9 Reaper ติดจรวด Hellfire ได้ 16 นัด ฟัดกับรถถัง M60 พี่ไทยสบายๆ

 

อันนี้เจ้า Bigdog หน้าคล้ายหุ่นใน Metal Gear Solid  ตัวนี้มา Cobra Gold 2009 ด้วยนะ (ขอบคุณท่านที่ช่วยระลึกด้วย)
 
สหรัฐเข้ารบสงครามอีรักด้วยหุ่นยนต์ไม่ถึง 10 ตัว แต่บัดนี้มีหุ่นภาคพื้น อากาศ น้ำ ประจำการไม่ต่ำกว่า 12,000 ตัว ตั้งแต่ขนาดเล็กจนเรียกได้ว่ารถบังคับ จนถึงเครื่องบินสังหารที่สามารถชี้จุดน่าสงสัยว่าเป็นเป้าหมายได้ด้วยตัวเอง รอเพียงผู้ควบคุมมากดปุ่มปล่อยอาวุธเท่านั้น แค่หุ่นบิน Predator ก็สังหารเป้าหมายไปกว่า 2500 ศพ ล่าสุดเพิ่งยิงจรวดถล่มหมู่บ้านในปากีสถาน

สำหรับท่านที่รอหุ่นสองขาอย่างกันดั้มละก็ อย่าเพิ่งหวังเลยครับ ผลศึกษาของเพนตากอนสรุปว่าถึงสองขาจะมีประโยชน์เพราะไปได้ทุกสภาวะ ไอ้การมีแค่สองขาก็เป็นจุดอ่อนร้ายกาจที่ทำให้ศัตรูโค่นเจ้าหุ่นรบเอาได้ง่ายๆ  ยิ่งถ้าออกแบบหุ่นให้มีรูปร่างเหมือนคนแล้วยิ่งวุ่นวายใหญ่ เพราะตัวเบ้อเร่อแต่ติดอาวุธได้แค่มือสองข้าง (ยิ่ง GM หรือจิมในกันดั้มนี่ปัญญาอ่อนที่สุด สร้างหุ่นมาโคตรแพงให้ถือปืนเล็กกว่ารถถัง ใหญ่เทอะทะเป็นเป้าอีก) หัวอยู่บนโน้นก็เกิดมุมอับทางทัศนวิสัย(สำหรับมนุษย์ก็ต้องโทษวิวัฒนาการละนะ ที่จับปลามายืดเป็นคน) เขามองกันว่าหุ่นน่ะ สามขา หรือสี่ขาน่าจะเหมาะสุด (หุ่นขนาดพอดีๆอย่าง Metal Gear 4 เป็นไปได้สูง)  ถ้าจะมีหุ่นสองขาก็ต้องเอาขนาดเท่าๆคนอย่าง Terminator นั้นแลขอรับ

เอ๊ะ วันนี้วันมาฆะ กระผมมาพูดเรื่องอาวุธสงครามทำไมนี่?แหะๆๆ

เพระาอ่านหนังสือ Wired for war, การปฏิวัติทางหุ่นยนต์และสงครามในศตวรรษที่ 21 ของที่ปรึกษาโอบาม่าคนนี้มานี่เอง  ไว้ว่างจะมาย่อยให้ฟังอีกรอบนะครับ

 
เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นสัจธรรมที่สิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ต้องประสบ ไม่ว่าจะาญฉลาดอย่างมนุษย์ เล็กกระจ้อยอย่างหนูหรือมหึมาอย่างปลาวาฬ แต่ทราบไหมครับว่าในโลกเรายังมีสัตว์ที่อาจไม่ต้องเวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฏแห่งชีวิต และมันก็เป็นอะไรที่เล็กกระจิดเกินกว่าที่มนุษย์จะคิดว่าคู่ควรแก่อายุอมตะด้วยซ้ำ
 
ชื่อของผู้อมตะคือแมงกะพรุนขนาดจิ๋วชื่อ Turritopsis nutricula
 
ชวนนึกถึงนิยายของ H.P. Lovecraft "That is not dead which can eternal lie, And with strange aeons death may die"
 
"In his house at R'lyeh, dead Cthulhu waits dreaming"
 
ในขณะที่แมงกะพรุนทั่วไปมีชีวิตจำกัดและตายหลังจากผสมพันธุ์ไม่นาน เจ้า Turritopsis nutricula ขนาดตัวประมาณ  5mm จะมีกลไกภายในเซลล์ที่เรียกว่า transdifferentiation ซึ่งปกติจะเห็นเฉพาะในอวัยวะซึ่งซ่อมแซมตัวเองได้อย่างตับมนุษย์ แต่ในแมงกะพรุนอมตะกลไกนี้สามารถทำให้ร่างกายมันไม่แก่ไปตามปกติ หากพอถึงวัยผสมพันธุ์ปุ๊บมันจะถอยหลังกลับไปอยู่ในสภาพตัวอ่อนอีกครั้ง เหมือนกับตา Benjamin Button ยังไงยังงั้นเลยละครับ

เท่าที่เราทราบตอนนี้คือ Turritopsis nutricula สามารถเดินวงจรอายุจากเด็กไปแก่แล้วย้อนกลับมาเป็นเด็กได้อย่างไม่จำกัด เท่ากับว่ามันเป็นอมตะ แก่ได้แต่ไม่มีวันตายกเว้นจะถูกกินหรือทำร้าย! ปัญหาตอนนี้คือเจ้าสัตว์อมตะกำลังบุกรุกท้องทะเลหลายส่วนโดยเกาะไปกับท้องเรือเดินสมุทร ความอมตะยิ่งทำให้การนักวิทยาศาสตร์กังวลกับปัญหาการควบคุมประชากรซึ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
 
แต่ในวิกฤติย่อมมีโอกาส นักสมุทรวิทยาและนักพันธุกรรมศาสตร์เริ่มให้การสนใจกับ Turritopsis nutricula โดยเฉพาะกลไกการย้อนวัยของมัน สักวันเราอาจดัดแปลงความรู้นี้ไปใช้ในแขนงอื่นๆก็ได้
 
มนุษย์ที่อยากเป็นอมตะหรือขึ้นสวรรค์ไปเป็นอมตะ ป่านนี้แมงกะพรุนมันคงหัวเราะเยาะท้องแข็งเพราะเขาวิวัฒนาการได้ก่อนเรามาเป็นล้านปีแล้ว ความอมตะเดียวที่มนุษย์ทำได้แตกต่างจากสัตว์อยู่ในมรดกแห่งการใช้ชีวิต ไม่ใช่วงจรชีวิต เกิด แก่ เจ็บ ตาย
 
ปล. ส่วนตัวผมไม่ชอบความเป็นอมตะเท่าไหร่ ชีวิตตลอดกาลช่วงแรกอาจจะสนุกสนาน แต่เมื่อร้อยปี พันปี หมื่นๆปีผ่านไปอะไรมันก็คงน่าเบื่อ และสิ่งที่เคยทำให้เรามีความุสขก็คงกลับมาหลอกหลอนเราด้วยความสุขอันว่างเปล่าของมัน สู้สนุกกับวันนี้ดีกว่าเนาะ
 
http://news.nationalgeographic.com/news/2009/01/090130-immortal-jellyfish-swarm.html